facebook share
facebook share
โมเดลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สร้างบุคคลพอเพียง จุดเริ่มต้นของรากฐานอันแข็งแรงของประเทศ

คำกล่าวโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และที่ปรึกษามูลนิธิมั่นพัฒนา 
หนังสือพิมพ์แนวหน้า เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 ในบทความเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง: ทางที่ต้องเดินไปด้วยกัน"

 

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความมั่นคงของแผ่นดิน เปรียบเสมือนเสาเข็ม ที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเอง สิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็มแต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข็มเสียด้วยซ้ำไป” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากวารสารชัยพัฒนาประจำเดือนสิงหาคม 2542

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเอาไว้นานแล้ว แต่ความเอาจริงเอาจังของเราทั้งชาติ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ข้าราชการ เอกชน ประชาชน ล้วนรับรู้และจดจำแต่เพียงผิวเผิน หาได้ศึกษาให้เป็นระบบ กำหนดเป็นแผนพัฒนาคน พัฒนาชาติ และพากเพียรที่จะลงมือทำให้จริงจังไม่ยามนี้ พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว ถึงเวลาหรือยัง ที่เราจะศึกษาและน้อมนำมาใช้ในชีวิตของตนเอง

ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี กล่าวถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า หมายถึงหลักคิดและปฏิบัติตั้งแต่ระดับบุคคล-องค์กรขนาดใหญ่ มีความเป็นหลักสากลโลก ซึ่งได้ทรงศึกษาและคิดค้นมานานหลายปี

ในเบื้องต้นนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยออกแบบให้ใช้กับชาวนาที่ยากจนที่สุด แต่หากเข้าใจถึงหลักการของเศรษฐกิจแบบพอเพียงแล้ว แม้แต่ในทางธุรกิจก็ใช้ได้เพื่อป้องกันการขาดทุนได้ด้วย ทั้งนี้ เบื้องต้นก่อนจะนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ต้องมีการปรับพื้นฐานจิตใจให้มีคุณธรรมเสียก่อน

เมื่อถามว่า การดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควรเริ่มต้นอย่างไร

ศ.นพ.เกษม ตอบว่า “ถ้าเป็นตนเองแล้ว เราต้องมีศรัทธาความเชื่อก่อน เริ่มต้นต้องคิดให้เป็นก่อน เมื่อเข้าใจแก่นแท้ของความพอเพียง แต่ละคนจะสามารถนำไปปรับใช้ได้เอง อยู่ที่ว่า แต่ละคนนำไปใช้อย่างไร ปรัชญาพอเพียงสอนให้เรา พึ่งตนเองให้ได้ก่อน ไม่รอความช่วยเหลือ มีเหตุมีผลในการมีสติว่าเราทำอะไรอยู่ เช่น เรามีเงินเดือน 20,000 บาท แต่ไปซื้อรถราคา 8-9 แสนบาท ถือว่า เราไม่พอเพียง ทำเกินกำลัง แต่เราซื้อคันละ 5 แสน ไม่เป็นหนี้มาก ก็พอไหว แสดงว่า เรามีสติ แค่นี้เราก็ใช้ความพอเพียงในการดำเนินชีวิตแล้ว

ในส่วนองค์กรเอง เริ่มนำไปปรับใช้ได้ เช่น การจัดกิจกรรมปรับพื้นฐานจิตใจของคนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง หรือแม้แต่ในโรงเรียนก็ใช้เป็นแบบเรียน ฝึกให้เด็กพอเพียงด้วยการจดบันทึกว่า แต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ใช้ความพอเพียงอย่างไรบ้าง เพื่อปลูกฝังเขาตั้งแต่เด็ก”

เมื่อถามว่า ปรัชญาของความพอเพียงจะเกิดผลอย่างไร หากนโยบายนี้ดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ศ.นพ.เกษม ตอบว่า “โมเดลที่จะเกิดขึ้น คือ บุคคลพอเพียง - ครอบครัวพอเพียง - หมู่บ้านพอเพียง - ตำบลพอเพียง - อำเภอพอเพียง - จังหวัดพอเพียง - ประเทศพอเพียง ซึ่งเราคาดหวังว่าในอนาคตจะเกิดขึ้น ซึ่งจะนำมาสู่ความเข้มแข็ง โดยต้องเริ่มจากคนในประเทศก่อน เมื่อคนรู้จักแก่นแท้ของความพอเพียง คนในประเทศจะมีภูมิคุ้มกัน หรือวัคซีนป้องกันกับปัญหาต่างๆ เช่น วัคซีนป้องกันวัตถุนิยม บริโภคนิยม และเมื่อคนเข้มแข็ง จะเป็นจุดเริ่มต้นให้สังคมแข็งแรง และขยายสู่รากฐานอันแข็งแรงของประเทศต่อไป”

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.naewna.com/politic/columnist/27256