facebook share
facebook share
ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร
รศ.ดร.สุขสรรค์ กันตะบุตร เป็นกรรมการสถาบันมั่นพัฒนา และอาจารย์หลักสูตรการจัดการ มหาบัณฑิตสาขาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล ถูกคัดเลือกให้รับรางวัล "Outstanding Leadership Award" หรือ "รางวัลผู้นำดีเด่น" ซึ่งรางวัลนี้มอบให้แก่ผู้นำที่มีผลงานโดดเด่น ในการอุทิศตนถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับประชาคมโลก
บทความอื่นๆ
อุปสรรคและแนวทางภาคธุรกิจ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
อุปสรรค & แนวทางภาคธุรกิจ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง

 ต่อข้อสงสัยว่า.. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถประยุกต์ใช้ได้ในองค์กรธุรกิจหรือไม่ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถทำให้องค์กรธุรกิจสมดุลและยั่งยืนได้จริงหรือไม่ อย่างไรองค์กรธุรกิจตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีลักษณะอย่างไร แนวทางในการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจของประเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนเป็นอย่างไร

คำตอบที่นักธุรกิจอยากรู้เหล่านี้ มีคำตอบแล้วครับ

เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว. ร่วมกับภาคีเครือข่ายได้จัดการประชุมเพื่อทบทวนความรู้จากงานวิจัยทั้งหมดในระยะเวลา 10 ปีที่ สกว.ได้ทำงานวิจัยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาจนถึงปัจจุบัน โดย วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล รับผิดชอบในการรายงานวิจัยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจ ซึ่งผมขอรายงานว่าเวลานี้ เราได้ค้นพบอะไรเกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบ้าง

จากการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องในหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สามารถตอบคำถามในการวิจัยได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในองค์กรธุรกิจ และช่วยสร้างผลการประกอบการที่แข่งขันได้ในตลาดและมั่นคงในระยะยาว มีความเสี่ยงในการประกอบการต่ำ โดยสามารถตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีนวัตกรรมในสินค้า บริการและกระบวนการทำงานสูง จึงสามารถรักษาสถานะความเป็นผู้นำหนึ่งในตลาดได้ตลอดเวลา และมีความน่าเชื่อถือของตราสัญลักษณ์สูง ซึ่งเป็นผลมาจากการสร้างประโยชน์สุขให้สังคมอย่างต่อเนื่อง

คุณลักษณะต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่นักธุรกิจทุกคนต้องการไม่ใช่หรือ? แต่ทำไมปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังไม่ได้รับการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในองค์กรธุรกิจของประเทศ

นักวิจัยและนักธุรกิจที่ได้มาร่วมระดมสมองกันในวันประชุมได้สรุปอุปสรรคต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้คือ

  • นักลงทุนและสถาบันต่างๆ ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยส่วนมากเป็นนักลงทุนที่หวังกำไรสูงสุดในระยะสั้น จึงสร้างแรงกดดันให้ผู้บริหารของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทำกำไรสูงสุดให้ผู้ถือหุ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ รวมทั้งสังคมและประชากรในอนาคต
  • ระบบการให้รางวัลแก่ผู้บริหารและพนักงานแห่งองค์กรภาคธุรกิจที่ส่งเสริมการบริหารจัดการแบบคิดสั้นๆ เช่น การประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรแบบสั้นๆ เช่น ใครทำกำไรได้มากๆ ในระยะเวลารวดเร็วมักจะได้รางวัลตอบแทนที่สูง เป็นต้น ซึ่งการกระทำเช่นนี้เหมือนกับเป็นการวางระเบิดภายในองค์กรนั่นเอง เพราะการบริหารจัดการแบบทำกำไรสูงสุดแบบสั้นๆ นั้น ย่อมมีความเสี่ยงสูง
  • หลักสูตรทางด้านการบริหารธุรกิจที่ไม่ได้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แต่เป็นหลักสูตรที่ทุกอย่างยังคงมุ่งไปที่การทำกำไรสูงสุดในระยะสั้น คณาจารย์เองก็ไปร่ำเรียนกันมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นต้นตำรับแห่งการบริโภคนิยมและความสุดโต่ง นักธุรกิจส่วนมากจึงดูเหมือนว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการบริหารจัดการตามแนวทุนนิยมอเมริกัน
  • ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องและแรงพอ สื่อสารมวลชนและองค์กรที่ให้รางวัลแก่องค์กรธุรกิจทั้งหลาย ยังคงชื่นชมธุรกิจที่ทำกำไรสูงสุดในระยะเวลาที่สั้นที่สุดตลอดเวลา ทำให้นักธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในองค์กรธุรกิจ ยังคงมีความเข้าใจผิดๆ ว่าการทำธุรกิจแบบเศรษฐกิจพอเพียงนั้น คือทำแบบ แค่นี้พอแล้ว ไม่ต้องทำอะไรมาก ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิดมาก เพราะธุรกิจเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเป็นธุรกิจที่มีความเพียรพยายามในการพัฒนาสินค้าบริการและกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

อย่างไรก็ดี ในการประชุมดังกล่าวก็ร่วมคิดเพื่อหาทางที่จะขยายผลปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจของประเทศไทย และสรุปเป็นข้อเสนอแนะ ดังนี้ 

  • การพัฒนาและบังคับใช้ดัชนีเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความยั่งยืนสำหรับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้เกิดความสมดุลระหว่างการบริหารจัดการที่หวังผลระยะใกล้และระยะไกล โดยดัชนีดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมนักลงทุนที่หวังผลระยะยาวและธุรกิจที่บริหารจัดการโดยสร้างความสมดุลระหว่างการบริหารจัดการเพื่อผลในระยะสั้นและระยะยาว
  • การกำหนดนโยบายลดหย่อนภาษีของกระทรวงการคลังเพื่อส่งเสริมธุรกิจตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
  • การลดดอกเบี้ยเงินกู้ของสถาบันการเงินเพื่อส่งเสริมธุรกิจตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพราะว่าธุรกิจเหล่านี้คือธุรกิจชั้นดีและมีความเสี่ยงต่ำ
  • คณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยในประเทศ ต้องกลับมาพิจารณาหลักสูตรที่เปิดสอนอยู่ว่ามีความสอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมากน้อยเพียงไร
  • สื่อสารมวลชนต้องช่วยกันเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ผลดีของการนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในองค์กรธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอกย้ำความเข้าใจที่ถูกต้อง
  • ในส่วนขององค์ความรู้จากการวิจัยในปัจจุบันของ สกว.ที่สามารถช่วยทำให้ข้อเสนอแนะเหล่านี้เป็นจริงคือ ตัวชี้วัดความเป็นธุรกิจเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งได้รับทุนสนับสนุนในการวิจัยอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เป็นที่น่ายินดีว่าในปัจจุบันปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจได้รับการยอมรับมากขึ้น แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง เพราะงานวิจัยเรื่องตัวชี้วัดความเป็นธุรกิจเศรษฐกิจพอเพียงดังกล่าว ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำเพื่อเผยแพร่อย่างกว้างขวาง โดย AllBusiness.com ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลออนไลน์สำหรับนักธุรกิจขนาดเล็กที่ใหญ่ที่สุดของโลก และ insurancenewsnet.com ซึ่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ออนไลน์ชั้นนำของอเมริกาสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับวงการประกัน

ถึงเวลาหรือยังที่นักธุรกิจไทยจะกลับมาให้ความสนใจกับการนำเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในองค์กรของตนอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยามอย่างแท้จริง

"จากการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาคำตอบก็คือ แนวทางนี้ช่วยสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ"

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 05 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทความอื่นๆ