facebook share
facebook share
ดร.ปรียานุช
ธรรมปิยา
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์พัฒนา และพุทธเศรษฐศาสตร์ และปี 2547 ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานเศรษฐกิจพอเพียง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา
การพัฒนางานวิจัยด้านสังคมศาสตร์เกี่ยวกับความพอเพียง
การพัฒนางานวิจัยด้านสังคมศาสตร์เกี่ยวกับความพอเพียง

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งใน 13 ประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างน้อยร้อยละ 7 ต่อปีเป็นเวลานาน 25 ปีติดต่อกันจนถึงปี 2540 ธนาคารโลกกล่าวว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก และในปัจจุบันการพัฒนาที่ยั่งยืนคือเป้าหมายสำคัญ ก่อนปี 2540 ทรัพยากรธรรมชาติมีปริมาณลดลง มีการลงทุนอย่างไม่รอบคอบ และมีการบริโภคอย่างไม่รับผิดชอบ ปี 2538 เป็นปีแรกที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเริ่มมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ หลังจากนั้นจึงมีเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเห็นว่า ก่อนจะเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 เกษตรกรจำนวนมากได้ขายที่ดินของตนเพราะได้ราคาสูง พระองค์จึงทรงพยายามหาทางช่วยเหลือเกษตรกรและภาคเกษตรกรรมของประเทศ โดยคิดจากสมมุติฐานที่ว่าเกษตรกรแต่ละคนมีที่ดิน 15 ไร่ พระองค์ได้พระราชทานนิยามของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไว้เมื่อปี 2542

ตั้งแต่ปี 2488 ถึงปี 2557 ประเทศไทยได้สูญเสียพื้นที่ป่าไม้ไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา-ภูมิพลอดุลยเดชทรงรับรู้ความเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะพระองค์ได้เดินทางไปทุกพื้นที่ของประเทศ พระองค์ทรงเห็นว่าประชาชนมีรายได้มากขึ้น มีวิถีชีวิตเปลี่ยนไป และทรัพยากรธรรมชาติลดลง พระองค์ทรงพัฒนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นจากความเข้าใจสถานการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในประเทศ ปรัชญานี้ชี้แนวทางการดำเนินชีวิตที่ควรจะเป็นของคนไทยและประชากรโลก

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีเงื่อนไขสำคัญที่สุดสองประการได้แก่ คุณธรรมและความรู้ ซึ่งแสดงคุณภาพของคน และมีหลักพื้นฐานสามประการคือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกัน เป้าหมายของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือความสมดุลและการเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม

คุณธรรมชี้ให้เห็นว่าเราเป็นคนแบบใด คุณธรรมมีทั้งที่เป็นคุณธรรมส่วนตัวและคุณธรรมร่วม ส่วนความรู้นั้นมีทั้งความรู้ตัวที่เป็นความรู้ชัดแจ้งและความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัว นอกจากนี้ยังมีความรู้ร่วมด้วย

เราใช้“สิ่งที่เราเป็น”และ“สิ่งที่เรารู้”เป็นหลักสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ เมื่อใช้หลักพื้นฐานสามประการได้แก่ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันด้วยแล้ว เราจะตัดสินใจอย่างฉลาด เมื่อใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับหลักเพื่อความยั่งยืนและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้วจะได้ผลตามต้องการ

ผลนั้นมีทั้งผลผลิตและผลลัพธ์ ผลลัพธ์ต้องทำให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ/วัตถุ สิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม ความสมดุลนี้จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและความสุขต่อไป

ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีเงื่อนไขสองประการ หลักสามประการ และเป้าหมายที่สมดุลสี่ประการ กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า การตัดสินใจต้องยึดหลักคุณธรรมและความรู้ และใช้หลักพื้นฐานสามประการคือความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกัน ในที่สุดผลลัพธ์จากการตัดสินใจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องทำให้เกิดพัฒนาการอย่างสมดุล

นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์รางวัลแรกแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อปี 2549 ทั้งนี้เป็นเพราะพระองค์ได้ทรงงานพัฒนามนุษย์และมีวิสัยทัศน์อย่างยอดเยี่ยม รางวัลนี้แสดงให้เห็นว่าโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติถือว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงช่วยพัฒนามนุษย์

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถทำให้เกิดความยั่งยืนได้ องค์การสหประชาชาติได้วางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไว้ 17 ประการ กล่าวกันว่าเป้าหมายเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยหลักพื้นฐานสามประการอันได้แก่ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ต่อมาผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศตระหนักว่า พวกเขาลืมมิติด้านวัฒนธรรมอันเป็นมิติหนึ่งของการพัฒนาอย่างสมดุลตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าวัฒนธรรมเป็นหลักพื้นฐานอีกประการหนึ่งแล้ว ประเทศต่างๆ จะสามารถอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของตนไว้ได้

ในวันเดียวกันกับที่นายโคฟีทูลเกล้าฯถวายรางวัลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ลงบทความของท่านกับสำนักข่าวอินเตอร์เนชันแนล เฮอราลด์ ทริบูน ในยุโรป โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า

“เราต้องการเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาด้านพลังงานของเรา การกระจายความมั่งคั่งอย่างเป็นธรรมขึ้น การค้าระหว่างประเทศที่เสมอภาค และการช่วยพัฒนาประเทศยากจนอย่างใจกว้างและมีประสิทธิผลเป็นอย่างยิ่ง แต่เหล่านี้ยังไม่พอ เราจะต้องเปลี่ยนแปลงสังคม ค่านิยม และวิถีบริโภคของเราด้วยความรู้และความเข้าใจมากขึ้น”

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยความรู้และความเข้าใจมากขึ้นอย่างที่นายอานันท์กล่าว เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 12 อันเป็นเป้าหมายสำคัญเกี่ยวกับการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากหลักคิดที่ถูกต้อง คนตัดสินใจตามหลักคิดของตน และสร้างหลักคิดจากทัศนคติของตนเกี่ยวกับชีวิตและโลกรอบตัว

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนา หลักการสามประการได้แก่ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันนั้น ได้มาจากคำสอนของพุทธศาสนาเรื่องอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ความพอประมาณใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับข้อจำกัด ความมีเหตุผลได้จากหลักเหตุและผลหรืออนัตตา ซึ่งหมายความว่าทุกสิ่งล้วนเกี่ยวข้องกัน ภูมิคุ้มกันมาจากความจริงที่ว่าทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงเสมอ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าคนเราต้องพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

ประชาชนไม่ได้สนทนาเรื่องเป้าหมายของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้ทรงเล็งเห็นกันมากนัก เป้าหมายนั้นคือ ความก้าวหน้าอย่างสมดุล และพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในสี่มิติของชีวิตอันได้แก่ วัตถุ(เศรษฐกิจ) สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

ในแง่วัตถุนั้น คนควรใช้ทรัพยากรอย่างพอประมาณและประหยัด ในแง่สังคมการพัฒนาทางเศรษฐกิจควรปกป้องทุนทางสังคม ซึ่งหมายถึงความไว้วางใจในหมู่ประชาชนในสังคม ในช่วงสิบปีที่แล้วมาคนไทยได้ทำลายความไว้วางใจนั้น เมื่อปราศจากความไว้วางใจก็ไม่อาจเกิดการพัฒนา ความไว้วางใจระหว่างชาวมุสลิมและชาวพุทธได้สลายไปในจังหวัดชายแดนภาคใต้สามจังหวัด ทำให้ไม่เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ความไว้วางใจสามารถพัฒนาขึ้นได้ด้วยความเอาใจใส่ การแบ่งปัน และการไม่ทำร้ายคนอื่น ในแง่สิ่งแวดล้อมนั้น ประชาชนจะต้องรักษาสิ่งแวดล้อม ในแง่วัฒนธรรมประชาชนจะต้องอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

มีหนังสือหลายเล่มที่ให้ความรู้เรื่องหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เล่มที่แนะนำได้แก่

  • Sufficiency Economy. ASEAN Economic Bulletin, 21 (Piboolsravut, 2004)
  • Thailand Human Development Report (UNDP, 2007)
  • Thailand Sustainable Development Sourcebook (EDM, 2015)
  • Sufficiency Thinking: Thailand’s Gift to an Unsustainable World (Avery & Bergsteiner, June 2016)
  • A Call To Action: Thailand and the Sustainable Development Goals (EDM, 2017)

บทความเรื่อง Sufficiency Economy ในวารสาร ASEAN Economic Bulletin เป็นบทความวิจัยแบบสั้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง Thailand Human Development Report กล่าวถึงเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนามนุษย์ Thailand Sustainable Development Sourcebook อธิบายหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน Sufficiency Thinking: Thailand’s Gift to an Unsustainable World เสนอกรณีศึกษาเพื่อแสดงให้เห็นว่าสามารถใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงวิเคราะห์การพัฒนาในภาคสาธารณสุข ชุมชน เกษตรกรรม และธุรกิจได้อย่างไร A Call To Action: Thailand and the Sustainable Development Goals อธิบายการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างลึกซึ้ง และแสดงให้เห็นว่างานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น สามารถทำให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแต่ละข้อได้อย่างไร หนังสือเล่มนี้ยังเรียกร้องให้ปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ด้วย

การที่จะทำให้การพัฒนาที่ยั่งยืนเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนได้นั้น จะต้องทำให้คนรุ่นใหม่มีหลักคิดเรื่องความพอเพียง สิ่งนี้ตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนข้อ 4 ซึ่งเกี่ยวกับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกลายเป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของประเทศไทยเมื่อปี 2551 มีการปลูกฝังหลักคิดและพฤติกรรมเกี่ยวกับความพอเพียงให้นักเรียน ด้วยการใช้หลักพอเพียงกับทุกกิจกรรมของโรงเรียน สิ่งนี้หมายความว่า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้มีอยู่แต่ในหลักสูตรการเรียนการสอนเท่านั้น แต่ยังใช้กับทุกระบบของโรงเรียนด้วย การใช้หลักปรัชญาแบบองค์รวมนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2552 ในปัจจุบันนี้โรงเรียนส่วนใหญ่ในประเทศไทยได้รับการรับรองว่าเป็นโรงเรียนที่ยึดหลักความพอเพียงแล้ว นักเรียนของโรงเรียนเหล่านั้นเรียนรู้จากการกระทำและความคิด มิได้เรียนรู้ด้วยการท่องจำ การวิจัยทำให้เห็นว่า นักเรียนที่โรงเรียนซึ่งยึดหลักความพอเพียงนั้นมีความสามารถมากกว่านักเรียนทั่วไป