facebook share
facebook share
ดร.ปรียานุช
ธรรมปิยา
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์พัฒนา และพุทธเศรษฐศาสตร์ และปี 2547 ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มงานเศรษฐกิจพอเพียง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา
บทความอื่นๆ
(ใหม่) ปลูกฝังหลักคิดและจิตสำนึกที่ถูกต้องในเด็ก หัวใจสำคัญของการศึกษาและสังคมที่ยั่งยืน
ปลูกฝังหลักคิดและจิตสำนึกที่ถูกต้องในเด็ก หัวใจสำคัญของการศึกษาและสังคมที่ยั่งยืน

(20 มี.ค. 2560) ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา และ ดร.มลฤดี สระฏัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนามนุษย์ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นตัวแทนของมูลนิธิมั่นพัฒนา เข้าร่วมการประชุมด้านการศึกษาซึ่งจัดโดยธนาคารโลก ประจำประเทศไทย (The World Bank Thailand) ซึ่งมีการนำเสนอรายงาน Growing Smarter: Learning and Equitable Development in East Asia and the Pacific ซึ่งจัดทำโดย World Bank East Asia and Pacific พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาของประเทศไทยได้ร่วมกันหารือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการศึกษาในย่านเอเชียตะวันออก เอเชียแปซิฟิก และในประเทศไทยด้วย

ในที่ประชุมดังกล่าว มีการหารือในประเด็นเกี่ยวกับแนวคิดการรวมโรงเรียนขนาดเล็กในท้องถิ่นเข้ากับโรงเรียนขนาดกลางเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการศึกษาและการบริหารจัดการมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีข้อมูลสถิติชี้ให้เห็นว่า ณ ขณะนี้ ประเทศไทยยังมีบุคลากรครูที่มีคุณภาพไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน อันเป็นส่วนหนึ่งให้ประสิทธิภาพการเรียนการสอนลดลง โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด

ดร.ปรียานุช แสดงความเห็นว่า การจะมุ่งไปสู่การศึกษาที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องวางเป้าหมายให้ชัดเจนและเป้าหมายนั้นควรมุ่งเน้น “คุณภาพ” เป็นสำคัญ และคุณภาพนี้ก็มาจากการปลูกฝังหลักคิดและจิตสำนึกที่ถูกต้องเหมาะสมในตัวเด็ก ซึ่งก็คือหลักคิดแห่งความพอเพียง เพราะในอนาคต เด็กเหล่านี้จะต้องเติบโตขึ้นมาในโลกที่มีเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน มีความผันผวนในทุกด้านทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ดังนั้น การที่เด็กจะใช้ชีวิตในโลกนี้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนก็ต้องมีรากฐานของจิตสำนึกที่ถูกต้อง เป็นคนที่มีความรู้คู่คุณธรรม รู้จักพอประมาณ มีเหตุผล และภูมิคุ้มกัน 

ศูนย์สถานศึกษาพอเพียง โดยมูลนิธิยุวสถิรคุณ เป็นตัวอย่างหนึ่งของความมุ่งมั่นดำเนินการสร้างจิตสำนึกให้แก่เด็กโดยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นเวลานานและเห็นผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม มีการนำหลักปรัชญาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอน การทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยให้เด็กได้ลงมือทำจริง พร้อมทั้งได้รับความร่วมมืออย่างเข้มแข็งจากครูและทุกคนในชุมชน และยังได้รับการสนับสนุนอย่างมากมายจากหน่วยงานเอกชนและภาคธุรกิจ 

ดร.ปรียานุชกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน มีธุรกิจหลายแห่งที่มีความต้องการที่จะลงทุนเพื่อการพัฒนาสังคม ซึ่งโมเดลความร่วมมืออย่างแข็งขันระหว่างหลายภาคส่วนและหลายระดับเช่นนี้ น่าจะเป็นโมเดลที่เหมาะกับการพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพในบริบทของประเทศไทย 

ด้าน ดร.มลฤดี กล่าวเสริมว่า การจะรวมโรงเรียนขนาดเล็กเข้ากับโรงเรียนขนาดกลางเพื่อการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพนั้นไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้ แต่ในอีกแง่หนึ่งเราก็สามารถพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กแต่ละโรงเรียนให้มีความเข้มแข็งได้ ซึ่งก็ไม่ได้เน้นหนักเรื่องการพัฒนาทางด้านวัตถุหรือ Infrastructure ซึ่งไม่ได้การันตีความยั่งยืน แต่เน้นการพัฒนาเด็ก พัฒนาคนให้มีคุณภาพ และหลังจากนั้นอาจจะมีการรวมโรงเรียนเกิดขึ้น ก็จะเป็นไปตามธรรมชาติและความต้องการที่แท้จริงของชุมชนเอง ไม่ใช่จากการรอนรับนโยบายจากทางภาครัฐ 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ดร.มนฤดี แสดงความคิดเห็นว่า ควรคิดเอาไว้เสมอว่าโครงการพัฒนาใด ๆ จะประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืนได้นั้น ต้องเริ่มจากความสมัครใจและความต้องการที่แท้จริงของคนในท้องที่ก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะก้าวสู่การออกนโยบายให้ให้มีความสอดคล้อง

สำหรับรายงาน Growing Smarter: Learning and Equitable Development in East Asia and the Pacific สามารถดาวน์โหลดได้ที่นี่

บทความอื่นๆ