facebook share
facebook share
ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์
รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister Delivery Unit: PMDU), คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.), ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาประเทศและโลกอย่างยั่งยืน
เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาประเทศและโลกอย่างยั่งยืน
การพัฒนาที่ยั่งยืนในกระแสโลก
เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals - SDG) เป็นวาระของประชาคมโลกที่ต่อเนื่องมาจากเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals - MDG) ซึ่งเริ่มเมื่อปี 2543 มีการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษมา 15 ปี ประเทศไทยสามารถบรรลุได้ทั้ง 8 เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ SDG เป็นเรื่องของอาหาร การศึกษา ความเท่าเทียมทางเพศ ยา และการดูแลสุขภาพ เป็นมิติของมนุษย์กับสังคม โดยในปีนี้  SDG ที่เริ่มบังคับใช้ได้เพิ่มเป้าหมายจาก 8 เป็น 17 ข้อ เพิ่มจากมุมของมนุษย์กับสังคม ให้รวมถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ สันติภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย
 
ที่มาของเป้าหมาย 17 ข้อนี้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน กล่าวคือ ในปี 2515 องค์การสหประชาชาติให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรกในการประชุมที่สตอกโฮล์ม สืบเนื่องจากการปฏิวัติเขียวซึ่งมีการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม ปีถัดมาองค์การสหประชาชาติจึงตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติหรือ UNEP ขึ้น เมื่อถึงปี 2535 การประชุมที่ Rio ทำให้เกิดกระแสการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยตื่นตัวและออกพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมในปีเดียวกัน สามปีต่อมาการเจรจาความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้ารอบอุรุกวัยประสบผลสำเร็จและได้ตั้ง องค์การการค้าโลก หรือ WTO โลกเปลี่ยนไปสู่กระแสเศรษฐกิจเสรีนิยม ยุคนั้นมีคำกล่าวว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนตายแล้ว กติกาด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมสู้กติกาด้านการค้าไม่ได้ ทำให้เกิดวิกฤตการณ์สามอย่างในช่วงปี 2550-2551 มีการเก็งกำไรของกองทุนบริหารความเสี่ยงทั้งหลาย ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงกว่า 100 เหรียญต่อบาร์เรล ทำให้เกิดวิกฤตราคาอาหาร วิกฤตราคาพลังงาน และวิกฤตทางการเงิน เกิดความปั่นป่วนของเศรษฐกิจยุโรปและวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ องค์การสหประชาชาติและสถาบันต่างประเทศต่างๆ เริ่มสงสัยว่า การค้าเสรีจะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือไม่
 
ในปี 2550 มีรายงานที่สำคัญออกมาหนึ่งฉบับ คือรายงานของคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานฉบับนี้ยืนยันว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ในขณะนั้นนักวิทยาศาสตร์ร้อยละ 90 เชื่อว่า โลกไม่ได้ร้อนเพราะวัฏจักรตามธรรมชาติ แต่เป็นเพราะมนุษย์ ความเชื่อนี้ทำให้เกิดการเรียกร้องให้แก้ปัญหา รายงานฉบับล่าสุดยังคงยืนยันด้วยความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ว่า กิจกรรมของมนุษย์ เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้โลกร้อน จึงทำให้เปลี่ยนมาสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG)
 
วิกฤตการณ์ทั้งสามส่วนและรายงานดังกล่าวทำให้องค์การสหประชาชาติเสนอให้เปลี่ยนระบบการพัฒนาเศรษฐกิจเมื่อปี 2554 องค์การสหประชาชาติเสนอ เศรษฐกิจสีเขียว ประเทศไทยก็ทำยุทธศาสตร์สีเขียวเพื่อรับกระแสโลก เมื่อปี 2555 เกิดการประชุมในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการประชุมริโอ การประชุมที่ริโอคราวนั้นเกิดความพยายามผลักดันให้แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวเป็นวาระของโลก แต่ล้มเหลว เกิดการต่อต้านและข้อโต้เถียงทางวิชาการมากมายว่า แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวไม่อาจแก้ปัญหาได้ ในขณะนั้นยอมรับกันแล้วว่าเกิดการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน หลักฐานข้อหนึ่งคือ “วิกฤตโลกร้อน ประเทศต่างๆ ตกลงกันตั้งแต่ปี 2535 ว่าจะลดก๊าซเรือนกระจก แต่ 20 ปีต่อมาปรากฏว่าก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น 0.9 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับอุณหภูมิก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม นอกจากนี้วาระสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ความพยายามยกระดับองค์กรยูเนปให้เป็นองค์กรสิ่งแวดล้อมโลก แต่สหรัฐอเมริกาไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากให้มีองค์กรมาคานอำนาจกับองค์การการค้าโลก
 
เมื่อเห็นว่าการบังคับให้เปลี่ยนรูปแบบทางเศรษฐกิจไม่อาจทำได้ องค์การสหประชาชาติจึงจัดทำ SDG ขึ้นเพื่อเป็นการบังคับด้วยเป้าหมาย 17 ข้อแทนการบังคับด้วยวิธีการ ปรากฏว่าโลกยอมรับว่าต้องเปลี่ยนจากการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ประเทศต่างๆ จะเลือกทางเดินสู่เป้าหมายนั้นเองเพื่อให้บรรลุผลภายใน 15 ปี ประเทศไทยเลือกใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง(sufficiency economy philosophy - SEP) เป็นทางเดินสู่ความสำเร็จของเป้าหมาย 17 ข้อนั้น นี่คือที่มาของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SEP for SDGs)
 
SDG ได้รับการรับรองในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายนปี 2558 สองเดือนต่อมาเกิดความตกลงโลกร้อนฉบับใหม่ คือ ความตกลงปารีส แสดงให้เห็นกระแสและความตื่นตัวที่ว่า โลกต้องเปลี่ยน
เป้าหมาย SDG 17 ข้อได้รับการจัดกลุ่มออกมาเป็น 5P อันได้แก่ People (คน) Planet (โลก) Prosperity (การเติบโตทางเศรษฐกิจ)Peace (ความสงบสุข) และ Partnership (ความร่วมมือ) การพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องทำให้ทั้ง 17 เป้าหมายมีดุลยภาพเชื่อมโยงกัน ในอดีตเกิดการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนเพราะเน้นเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ prosperity จึงกระทบกับคน โลก และด้านอื่นๆ การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ร้อยละ 40 ของพื้นที่ประเทศ เป็นเป้าหมายหนึ่งของประเทศไทย แต่ต้องระวังไม่ให้การเพิ่มพื้นที่ป่าไม้กระทบคนหรือเศรษฐกิจและเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งของไทย
 
ประเทศไทยทำงานพัฒนาแบบนี้มานานแล้ว มีรายงานระดับโลกฉบับหนึ่งออกมาเมื่อกลางปีที่แล้ว รายงานชื่อ SDG Index & Dashboards เป็นรายงานระดับโลกเพื่อชี้ให้เห็นว่าแต่ละประเทศอยู่ห่างจากความสำเร็จมากน้อยเพียงใด จาก 149 ประเทศ ประเทศไทยอยู่เลยครึ่ง คือ อยู่ลำดับที่ 61โดยห้าอันดับแรกเป็นประเทศแถบสแกนดิเนเวีย ถือว่าประเทศไทยมีภารกิจอีกมากพอสมควรในช่วงอีก 15 ปีนี้ ในบรรดาประเทศอาเซียนด้วยกัน ประเทศไทยอยู่อันดับสอง แต่ห่างจากสิงคโปร์ค่อนข้างมากเพราะสิงคโปร์อยู่อันดับที่ 19
 
การพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทประเทศไทย
วันนี้ประเทศไทยทำอะไรไปบ้างเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นายกรัฐมนตรีกลับจากการประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายน 2558 ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีเดียวกันเป็นต้นมา ประเทศไทยได้ทำงานด้านนี้เร็วกว่าที่คิดในหลายเรื่อง
  • ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนตามกรอบ SDG ยุทธศาสตร์ 20 ปีนี้ครอบคลุมเป้าหมายระยะ 15 ปีของ SDG
  • มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายและการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ อย่างไรก็ตามยุทธศาสตร์ชาติสามารถเปลี่ยนแปลงได้เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป กระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2560 ถึงกรกฎาคม 2561 โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
  • องค์ประกอบอื่นที่จะนำไปสู่ SDG คือแผนประเทศไทย 4.0 กล่าวคือประเทศไทยต้องก้าวหน้าต่อไป จากยุคแรกซึ่งเป็นยุคแห่งการเกษตร สู่ยุคอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี วันนี้ต้องมุ่งสู่ยุค 4.0 ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจดิจิทัล ความอยู่ดีมีสุข และการพัฒนามนุษย์และสิ่งแวดล้อม
  • แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ช่วยส่งเสริมยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีและการปฏิบัติตามความตกลงปารีส นี่เป็นการนำสู่การปฏิบัติ องค์ประกอบที่นอกเหนือจากนั้นคือ ข้อเสนอการปฏิรูปและความสามัคคีปรองดอง และแผนการเสนอกฎหมาย 318 ฉบับ
สำหรับการขับเคลื่อนสู่ SDG นั้น ในภาครัฐมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีการแบ่งงานให้หน่วยงานต่างๆ และมีตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุผล ในช่วงปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้จัดลำดับความสำคัญของเป้าประสงค์ภายใต้ SDGและได้เป้าประสงค์ 30 ประการที่ประเทศไทยต้องทำให้ได้ก่อนในห้าปีแรก คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อนุมัติการจัดลำดับความสำคัญแล้ว และมีมติให้ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อทำให้บรรลุเป้าประสงค์เหล่านั้น โดยร่วมมือกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคมด้วย เพราะภาครัฐฝ่ายเดียวไม่อาจทำได้สำเร็จ
 
ในส่วนของภาคเอกชนนั้น ประมาณ 50 บริษัทมีโครงการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนแล้ว เช่น โคคาโคลา และบางจาก เป็นต้น สำหรับรูปแบบการขับเคลื่อน SDG นั้น หลายบริษัทเลิกทำกิจกรรมเพื่อสังคมเพราะไม่ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และหันมาปรับกระบวนการผลิตหรือเน้นธุรกิจหลัก (Core business)แทน ผู้เกี่ยวข้องพยายามชักชวนให้บริษัททั้งหลายส่งเสริมความร่วมมือแบบประชารัฐ(Collaboration) อันเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมแทน
 
เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาที่ยั่งยืน
การวิเคราะห์เชิงระบบทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจพอเพียงมี 3 องค์ประกอบคือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี สามองค์ประกอบนี้เป็นกระบวนการ ความรู้และคุณธรรมเป็นสิ่งที่ใส่เข้าไปในกระบวนการ ผลผลิตที่ได้คือการได้เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่สมดุล มั่นคง และยั่งยืน
 
ถ้าเอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้กับกรณีโลกร้อน จะเห็นได้ว่าประเทศไทยกำลังทำให้เกิดความพอประมาณ นั่นคือ ไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20-25 ภายใน 10 ปีหรือจากปี 2563 ถึง 2568 อัตราการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ร้อยละ 20 เป็นอัตราที่ยังทำให้ประเทศมีการเติบโตทางเศรษฐกิจได้
 
ในแง่ความมีเหตุผลนั้น ประเทศไทยต้องร่วมแก้วิกฤตโลก โลกมีเป้าหมายไม่ให้อุณหภูมิสูงขึ้นเกินสององศาเซลเซียสภายในปี 2643 ปัจจุบันอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณหนึ่งองศาแล้ว การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นแล้วว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นยังไม่พอ ประเทศกำลังพัฒนาต้องร่วมลดก๊าซนี้ด้วย นี่คือเหตุผลที่ประเทศไทยประกาศว่าจะร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอัตราดังกล่าว นี่คือเหตุผลตามหลักวิชา มีเหตุผลตามหลักกฎหมายด้วย นั่นคือพันธกรณีฉบับใหม่ชื่อความตกลงปารีส ที่บังคับให้ทุกประเทศต้องร่วมลดการปล่อยก๊าซนั้น
 
ในแง่การมีภูมิคุ้มกันที่ดี คือการเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมเพื่อบริหารความเสี่ยง ประเทศไทยจะปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจแบบคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะทำให้สามารถแข่งขันเรื่องการส่งออกได้
 
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาหรึอความรู้ที่ได้จากพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 9 สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อบรรลุ SDG ทั้ง 17 ประการได้ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวคิด ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่พัฒนาขึ้นตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อถ่ายทอดแนวคิดเป็นยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 การปรับปรุงกฎหมาย 318 ฉบับ และแผนแม่บทด้านต่างๆ เป็นการนำไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้มีแผนเส้นทางที่จะทำให้บรรลุ SDG ได้ ซึ่งมีสามส่วนคือ ส่วนแนวคิดยุทธศาสตร์ ส่วนแผนงานโครงการ และส่วนระบบติดตาม ในด้านแนวคิดยุทธศาสตร์ จะหาวิธีประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อบรรลุเป้าหมายของประเทศ ส่วนแผนงานโครงการจะเป็นแผนปฏิบัติซึ่งมีกรอบเวลาของการปฏิบัติตามแผน ส่วนระบบติดตามสามารถใช้ตัวชี้วัดขององค์การสหประชาชาติ ร่วมกับตัวชี้วัดตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่องค์กรต่างๆ ได้ทำไว้แล้วหรือกำลังทำ
สิ่งที่ได้นำเสนอนี้คือภาพอนาคตของประเทศไทย