facebook share
facebook share
ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์
รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี (Prime Minister Delivery Unit: PMDU), คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.), ผู้อำนวยการสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ
เศรษฐกิจพอเพียงสู่หลักนิติธรรม
เศรษฐกิจพอเพียงสู่หลักนิติธรรม ขับเคลื่อนสู่ชุมชนเพื่อเป็นรากฐานแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานอัยการสูงสุด สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) มูลนิธิยุวสถิรคุณ และมูลนิธิมั่นพัฒนา ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่หลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชน อันเป็นการสร้างความร่วมมือในการดำเนินงานสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักนิติธรรมและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแก่เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

ภายในงานได้มีการเสวนาระหว่างตัวแทนจากทั้ง 4 องค์กรหลัก โดย ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา ได้ฉายภาพให้เห็นถึงวิวัฒนาการด้านการพัฒนาของโลก และเชื่อมโยงมายังการพัฒนาของประเทศไทย โดยกล่าวว่า ประเด็นเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนได้รับการพูดถึงในระดับโลกตั้งแต่เมื่อประมาณ 40 ปี ที่ผ่านมา กล่าวคือ องค์การสหประชาชาติได้ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งแรกที่การประชุม ณ กรุงสต็อกโฮล์ม อันสืบเนื่องมาจากการปฏิวัติเขียวหรือ Green Revolution เพื่อลดปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ในปีถัดมาจึงเกิดการก่อตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP และการประชุมที่กรุงริโอ เดอจาเนโร ใน พ.ศ. 2535 ทำให้เกิดกระแสการพัฒนาที่ยั่งยืนขึ้น และประเทศไทยได้มีการตราพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในปีนั้น

นอกจากนี้ ดร.บัณฑูร อธิบายว่า องค์การสหประชาชาติยังได้เสนอเรื่องเศรษฐกิจสีเขียวหรือ Green Economy และประเทศไทยได้จัดทำยุทธศาสตร์สีเขียวเพื่อตอบรับกับกระแสโลกขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2555 แต่อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของโลก ยังคงไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เกิดวิกฤตโลกร้อน ทำให้องค์การสหประชาชาติประกาศเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Suatainable Development Goals - SDGs) ในเดือนกันยายน 2558 เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาของโลกเป็นระยะเวลา 15 ปี

เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มีทั้งหมด 17 เป้าหมาย แบ่งเป็น 5 กลุ่ม (5Ps) ได้แก่ การพัฒนาทางด้านคน (People) โลก (Planet) เศรษฐกิจ (Prosperity) ความสงบสุข (Peace) และความร่วมมือระหว่างประเทศ
(Partnership)

ดร.บัณฑูร อธิบายต่อไปว่า จริง ๆ แล้ว ในส่วนของประเทศไทย ได้ดำเนินการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนมานานกว่า 70 ปี ตามแนวทางการพัฒนาประเทศโดยใช้ศาสตร์ของพระราชาและปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

โดยการทรงงานของสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และงานด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำริต่าง ๆ ล้วนสอดคล้อง และครอบคลุมเป้าหมายทั้ง 17 เป้าหมาย ใน 5 ด้าน ตามที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดไว้ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ในส่วนของรัฐบาลไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 จนถึงฉบับที่ 12 ในปัจจุบันและใช้เป็นกรอบในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอย่างชัดเจน

ดร.บัณฑูร กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับประเทศไทยและโลกแล้ว การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือความจำเป็นที่ต้องดำเนินการร่วมกันให้สัมฤทธิ์ผลให้จงได้

ดร.บัณฑูร ได้กล่าวปิดท้ายว่า มูลนิธิมั่นพัฒนามุ่งมั่นดำเนินงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ขับเคลื่อน โดยศาสตร์ของพระราชา และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหลายระดับ จึงเป็นโอกาสดี ที่จะประสานความร่วมมือสอดแทรกเรื่องของหลักนิติธรรมและร่วมกันเผยแพร่งานทางด้านนี้ต่อไปในกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการพัฒนาประเทศของไทยกับเวทีสากล เช่น กลุ่มประเทศ 77 และการจัดการอบรมผู้บริหารระดับสูงในหลักสูตร Sufficiency Thinking for Sustainable Development (STiSD) เป็นต้น

ในระดับประเทศผ่านการจัดเวทีเสวนาที่เปิดโอกาสให้หลายภาคส่วนได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และวางแผนร่วมกัน เพื่อการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ หรือในระดับชุมชน ที่ได้มีการจัดทำโครงการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่ หรือ area-based development อาทิ โครงการพลังปัญญาและโครงการอื่น ๆ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาคุณภาพชีวิตและจิตใจของคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการจัดทำสื่อต่าง ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการพัฒนาโดยการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์ของพระราชาอย่างต่อเนื่อง