facebook share
facebook share
ไทยเตรียมเปิดศูนย์การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอาเซียนภายในปี 2562

(17 พ.ย.60) กระทรวงการต่างประเทศ โดยกรมอาเซียน จัดการประชุม “ASEAN-EU Dialogue on Sustainable Development: Towards Achieving the Sustainable Development Goals” ณ ห้องบอลรูม 1 โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน กรุงเทพมหานคร ซึ่งการประชุมครั้งนี้เป็นกิจกรรมหนึ่งในโอกาสครบรอบ 50 ปีการก่อตั้งอาเซียน และ 40 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป และเป็นเวทีแรกที่อาเซียนและ EU จะร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและ EU รวม 38 ประเทศ พร้อมด้วยเลขาธิการอาเซียน และผู้แทนจากองค์การระหว่างประเทศ อาทิ UN, UN ESCAP, UN Women และ UNDP เข้าร่วม รวมประมาณ 120 คน



นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวในช่วงเปิดการประชุม ว่า อาเซียน และ สหภาพยุโรป (EU) ก่อตั้งขึ้นด้วยแนวคิดคล้ายคลึงกัน คือ การสานความร่วมมือระหว่างแต่ละประเทศในภูมิภาคใกล้เคียงกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม ซึ่ง ณ ขณะนี้ประเทศไทยก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งประเทศผู้ประสานงานธ์อาเซียนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย และนอกเหนือจากความร่วมมือระดับภูมิภาคแล้ว อาเซียนยังได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานอย่างองค์การสหประชาชาติ (United Nations - UN) และ ธนาคารโลก (World Bank) ในโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยขับเคลื่อนภูมิภาคไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals - SDGs) และในโอกาสนี้ก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ EU ได้ให้เกียรติมาเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรสำคัญในเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งก็ประจวบเหมาะพอดีกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหภาพยุโรป



สำหรับความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับ EU ในเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนที่จะดำเนินต่อไปจากนี้นั้น นายดอนได้เน้นประเด็นสำคัญสองประการ ได้แก่ หนึ่ง; การพัฒนานั้นควรให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีความเปราะบางหรือต้องการโอกาส โดยเฉพาะเด็กและคนชรา และยังรวมไปถึงกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่เป็นดั่งกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแน่นอนว่าปัญหาของแรงงานต่างด้าวหญิงที่ EU กำลังจะเปิดตัวโครงการช่วยเหลือในการประชุมนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกันด้วย สอง; การเป็นพันธมิตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างอาเซียนกับ EU ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่มีเรื่องของบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นวาระหลักของ ASEAN-EU Enhances Partnership และจะมีการออกนโยบายร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว หรือระหว่างทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และ อื่น ๆ และในโอกาสนี้เองก็จะมีการเปิดศูนย์ ASEAN Centre สำหรับให้การศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทั้งนำไปปฏิบัติจริงผ่านโครงการต่าง ๆ ซึ่งศูนย์ฯ แห่งนี้มีแผนที่จะทำงานร่วมกับศูนย์ฯ อื่น ๆ ที่มีแนวคิดและเป้าหมายใกล้เคียงกันทั้งในและนอกภูมิภาค ซึ่งร่วมถึง EU ด้วย 

ในการประชุมดังกล่าว ตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ ได้นำเสนอประสบการณ์ แนวคิด และแนวทางปฏิบัติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละภูมิสังคม สำหรับประเทศไทยนั้นก็ได้เน้นเรื่องการปรัชใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับการยอมรับจากเวทีโลกมีตั้งแต่ครั้งดำรงตำแหน่งประธานกลุ่ม G77 รวมถึงมีผลงานการพัฒนาให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ผ่านโครงการต่าง ๆ ภายใต้ความร่วมมือความร่วมมือแบบใต้-ใต้ (South-South Cooperation) นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีนโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งเน้นการำพัฒนาอย่างถ้วนหน้าและยั่งยืนโดยใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม



หลังจากการประชุมได้เสร็จสิ้น นายดอน ปรมัตถ์วินัย และ Mr. Neven Mimica ซึ่งดำรงตำแหน่ง EU Commissioner for Development Cooperation และเป็นหนึ่งในประธานการประชุมร่วม ได้เดินชมนิทรรศการ "พอเพียงเพื่อยั่งยืน (Sufficiency Economy Philosophy for Sustainable Development)” ซึ่งจัดโดยมูลธินิมั่นพัฒนา ภายในพื้นที่งานประชุม โดยนิทรรศการดังกล่าวบอกเล่าเรื่องราวของการน้อมนำศาสตร์ของพระราชาทั้งหลักการทรงงาน 23 ข้อ, แนวคิดการพัฒนาแบบ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”, เกษตรทฤษฎีใหม่ และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการดำเนินงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โครงการในพระราชดำริ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการในพระบรมวงศานุวงศ์ ไปจนถึงการนำไปใช้เพื่อการพัฒนาในระดับนานาชาติ โดยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นได้รับการยอมรับจากเวทีโลกว่าเป็นแนวทางที่จะช่วยนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย 17 SDGs ได้



ในช่วงท้ายของการหารือได้มีเอกสารเผยแพร่สำหรับสื่อมวลชน โดยระบุว่าอาเซียนและ EU มีพันธกิจร่วมกันในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 ข้อ โดยเน้นการพัฒนาอย่างถ้วนหน้าทุกภาคส่วนและทุกระดับ และให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการพัฒนาคน 

ในครั้งนี้ ที่ประชุมได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ความเท่าเทียมทางเพศ และการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้เป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลง, ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน และการพัฒนาที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ, การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน, และความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำของการพัฒนา ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมก็ได้เสนอความคิดเห็นและแนวทางที่น่าสนใจมากมายเพื่อบรรลุเป้าหมาย SDGs ด้วยกันในอีก 13 ปีข้างหน้าผ่านความร่วมมือทั้งแบบใต้-ใต้ ละ เหนือ-ใต้-ใต้ 

นายสุริยา กล่าวต่อไปว่า ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการขับเคลื่อนโครงการความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับทวิภาคีต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Enhanced Regional EU-ASEAN Dialogue Instrument (E-READI) เพื่อผลักดันให้นโยบายที่ทนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้นและสามารถปฏิบัติได้จริง, โครงการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่าภูมิภาคที่ดำเนินในกรอบของ ASEAN Econoic Community Blueprint 2025 (ARISE Plus) หรือโครงการของ EU ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการให้โอกาสและสิทธิของแรงงานต่างด้าวหญิงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน การดำเนินชีวิต และการได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้สร้าง ASEAN Centre เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค โดยทั้งหมดต้องดำเนินอยู่บนกระบวนการทำงานและตัดสินใจอันโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และการร่วมมือกันอย่างแข็งขันระหว่างทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกระดับ



 

ในท้ายสุด ที่ประชุมได้มีมติกำหนดให้จัดการประชุม ASEAN-EU Dialogue on Sustainable Development ครั้งต่อไปในปี 2561 เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินงาน พร้อมทั้งสานสัมพันธ์ระหว่างสองภูมิภาคให้แน่นแฟ้น และสามารถร่วมมือกันทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป

เรื่องราวอื่นๆ