facebook share
facebook share

เริ่มต้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 “เครือข่ายสานต่อที่พ่อทำ” เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนในวงการสื่อสารมวลชนและโฆษณา ที่มีความตั้งใจจะทำอะไรดี ๆ เพื่อ “พ่อ” ในโอกาสที่ท่านขึ้นครองราชย์ครบ 70 ปี

“…พวกเราเชื่อว่าวิธีดีที่สุดที่จะทำให้การฉลองครั้งนี้ยั่งยืน คือ การสืบสานพระราชปณิธานด้วยการส่งต่อวิธีคิดในการทำงาน และการดำเนินชีวิต ที่ท่านทำไว้เป็นแบบอย่าง ให้ประชาชนของท่านได้นำไปปรับใช้ เป็นธรรมประจำใจในการดำเนินชีวิต…”

1 ตุลาคม 2559 เราเปิดตัว “เดิน|ทาง|พ่อ” โปรเจกต์แรกของเราตามแผนแล้ว จะมีงานมากมายอื่น ๆ ทยอยออกสู่สายตาชาวไทยในเวลาอันใกล้โดยมีเพจนี้เป็นพื้นที่รวบรวมงานทั้งหมด

13 ตุลาคม 2559 ...

ในความเศร้าโศกที่เรามีเหมือนกับคนไทยทุกคน…เราถามตัวเองว่า "สานต่อที่พ่อทำ" จะไปต่ออย่างไร

คำตอบ คือ เรายิ่งมั่นใจว่า “สิ่งที่เราเชื่อ” คือ “สิ่งที่ใช่” เพจนี้และพวกเราควรสานต่อสิ่งที่เราได้ตั้งใจไว้ เพราะการแสดงความจงรักภักดีและความอาลัยที่ดีที่สุด คือการสานต่อที่พ่อทำ เพราะสิ่งนี้เอง....พ่อจะอยู่กับเราตลอดไป

สืบสานพระราชปณิธาน

"เครือข่ายสานต่อที่พ่อทำ" จึงรวมพลังกันดำเนินการรวบรวมพระราชปณิธาน พระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ จากการน้อมนำแนวทาง "หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อชวนให้คนไทยน้อมนำหลักคิด เกิดแรงบันดาลใจในการดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท และการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ โดยระลึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงเป็นแบบอย่างในการยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ตามแนวทางที่ว่า "สานต่อที่พ่อทำ"

ร่วมกันเขียนภาพพ่อด้วยปณิธานของคุณ

 

ขั้นตอนการเขียนภาพพ่อด้วยปณิธานของคุณ

  1. คลิกที่รูปภาพ เพื่อเข้าสู่เว็ปไซต์ www.สานต่อที่พ่อทำ.com
  2. กรอกข้อมูลส่วนตัว : ชื่อ - นามสกุล และอีเมล โดยสามารถเลือกให้ระบบแจ้งเตือนทุกปีได้
  3. พิมพ์คำปณิธานของคุณ (ไม่เกิน 250 อักษร)
  4. กดปุ่ม "ถวายปณิธาน"
  5. ระบบจะประมวลผลและปรากฏเป็นภาพพ่อจากคำปณิธานของคุณ
  6. เลือก Save / Edit / Print หรือ Share บน Facebook ของคุณ
  7. เสร็จสิ้น

ขอเชิญทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสานต่อในสิ่งที่พ่อทํา

ติดตามรับชม ภาพยนตร์ จากโครงการ "สานต่อที่พ่อทำ" จากความตั้งใจของแต่ละท่านจะสานต่องานที่พ่อทำได้อย่างไรบ้าง จากหลากหลายบุคคลที่มาร่วมให้ปณิธานทั้งจาก ผู้ที่ได้ถวายงานรับใช้ ปราชญ์ชาวบ้าน บุคคลชั้นนำต่าง ๆ ที่น้อมนำพระราชปณิธานมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต เพื่อถ่ายทอดผ่านลายเส้นของศิลปินมืออาชีพ ปรากฏผลลัพธ์เป็นภาพของพ่อในแบบฉบับของแต่ละท่าน ที่เกิดขึ้นจากปณิธานที่ตั้งใจไว้ ภาพนี้จึงเป็นเสมือนเครื่องเตือนใจพวกเขาถึง “หน้าที่ของตน” ทุกครั้งที่ได้เห็น อาทิ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา และ นายจำรัส อินทร อดีตเจ้าหน้าที่คนแรกของมูลนิธิโครงการหลวง เป็นต้น

ถึงเวลาสานต่อสิ่งที่พ่อทำไว้ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีบทบาทอะไรในสังคม ก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสานต่อพระราชปณิธานของพ่อได้ เชิญมาเขียนภาพของพ่อ ด้วยปณิธานของคุณ ที่ เว็บไซต์ “สานต่อที่พ่อทำ” ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก “สานต่อที่พ่อทำ”

 

ท่านอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี

“รู้รัก สามัคคี” ปณิธานของท่านอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ให้ความหมายลึกซึ้งไปถึงเรื่องการเคารพ และยอมรับในความแตกต่างของคนไทยทุกคน ครั้งนี้เราได้ฝีมือของอาจารย์ เจริญ กุลสุวรรณ (ทยาลุ) ศิลปินสาขาวรรณรูป เป็นผู้มาเขียนภาพพ่อจากปณิธานให้
 

 


ดร.วิรไท สันติประภพ-ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

“พอเพียงที่หัวใจ” ปณิธานของดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่คุมชะตาค่าเงินบาทของไทยไว้ ปณิธานของท่านทำให้พวกเราเห็นว่า การสานต่อสิ่งที่พ่อทำไว้ สามารถปฏิบัติได้จริงไม่ว่าตนเองจะมีบทบาทหรือฐานะไหน เพราะกระทั่งคนที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ แบบสุดขั้วอย่างท่าน ก็ยังสามารถดำเนินตามแนวทางความพอเพียงได้เช่นกัน ครั้งนี้เราได้ฝีมือของคุณพรศิลป์ สาขากร เป็นผู้มาเขียนภาพพ่อจากปณิธานให้
 

 


ดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก

“ทำให้เศรษฐกิจพอเพียงเป็นที่ยอมรับทั่วโลก” ปณิธานของดร. ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) ท่านเป็นคนไทยที่นำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไปอธิบายต่อที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (the UN headquarters) ในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งในองค์กรระดับนานาชาติและท่านก็ถือว่าปรัชญานี้ หากคนฟังแล้วเข้าใจและนำไปใช้จริง จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ไม่ใช่แค่คนไทย แต่คือทุกคนบนโลก ครั้งนี้เราได้ฝีมือของคุณรพิ ริกุลสุรกาน (ข้าราชการศาลยุติธรรม) เป็นผู้มาเขียนภาพพ่อจากปณิธานให้
 

 


น้องเรไร

“หนูจะเขียนบันทึกให้ทุกคนอ่านไปเรื่อยๆ ทุกคนจะได้มีความสุขและอยากทำความสุขให้คนอื่นแล้วมีความสุข...หนูจะเป็นเด็กดี ทำแต่สิ่งดีๆ” ปณิธานในการสานต่อสิ่งที่พ่อทำที่ฟังดูแสนจะเรียบง่ายแต่ทำได้จริง ของน้องเรไร เจ้าของเพจ "เรไร รายวัน" เด็กหญิงตัวน้อยที่มีความคิดเกินตัว เธอเป็นหนึ่งในตัวแทนที่จะมาบอกเล่าปณิธานของเธอ ให้กับคุณสยาม อัตตะริยะ จาก Pink Blue Black & Orange เป็นผู้มาเขียนภาพพ่อจากปณิธานของเธอ
 

 


 
ภาพพ่อจากปณิธาน

12 ซีรีส์ เรื่องเล่าการทรงงาน
ตลอดพระชนม์ชีพของในหลวง รัชกาลที่ 9
 

ที่รวมเรื่องเล่าการทรงงานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ของเราปวงชนชาวไทย โดยได้แบ่งเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่ ไล่เรียงตามลำดับเวลาตั้งแต่สมัยทรงพระเยาว์ จนถึงการทรงงานในช่วงท้ายของพระชนม์ชีพ ซึ่งทุกเรื่องสอดแทรกไปด้วยแนวคิดและวิสัยทัศน์ที่เหมาะสำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของตนต่อไป ซึ่งรับรองได้เลยว่าถ้าทุกท่านอ่านครบทั้ง 12 อัลบั้ม 12 หมวด จะได้เห็นภาพและรู้จักในหลวง รัชกาลที่ 9 ดีกว่าที่เคยแน่นอน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่ออ่านจบทุกท่านจะได้รับประโยชน์ ความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงบันดาลใจมหาศาล ในการตั้งใจปฏิบัติหน้าที่การงาน และทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมเหมือนอย่างที่พวกเราได้รับ เพื่อ “สานต่อที่พ่อทำ” ต่อไป

 

 

1.ซีรีส์วัยเด็ก

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ห้อง “วัยเด็ก” เพื่อให้ทุกคนได้เริ่มรู้จักกับ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ซึ่งถือเป็นช่วงสำคัญที่สุดของพระองค์ที่นำไปสู่การเติบโตเป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่… เราเชื่อว่าเมื่อการเดินทางของเราสิ้นสุดลง บางเรื่องราวจะทำให้คุณเข้าใจและรู้จักพระองค์มากขึ้น เพื่อให้เราได้นำไปปรับใช้กับชีวิตของเรา....ร่วมกัน อ่านต่อ

 

2.ซีรีส์งานช่วงแรก

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เนื้อหาช่วง "งานช่วงแรก"
หลังจากได้พาทุกท่านไปพบกับเรื่องราววัยเด็กของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาแล้ว หลังจากนี้เราจะพาท่านย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของการทรงงานในฐานะพระราชาของไทย...
ถ้าเปรียบกับคนทั่วไป ไม่มีใครเลยที่จะทำอาชีพ หรือตำแหน่งใด ๆ ได้โดยไม่ต้องฝึกฝนหรือเรียนรู้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็เช่นเดียวกัน... และนี่คือความน่าสนใจในหัวข้อ “งานช่วงแรก”
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ระหว่างที่ทุกคนอ่านเนื้อหาในหมวดนี้ อยากให้ลองจินตนาการย้อนกลับไปประมาณ 60 ปีก่อน ในยุคที่กรุงเทพฯ ยังมีรถรางและการคมนาคมในต่างจังหวัดยังไม่เจริญ ผู้คนยังใช้การสัญจรทางน้ำอยู่บ้าง และไม่ใช่บ้านทุกหลังที่จะมีโทรทัศน์.... หลังจากที่ในหลวงของเราทรงใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดที่ต่างประเทศ... ก็ถึงเวลากลับมาทรงงานที่ประเทศไทย งานในช่วงนี้จึงเหมือนกับการทดลองและเรียนรู้สั่งสมความรู้ไปในตัว... อ่านต่อ

 

 

3.ซีรีส์วังสวนจิตรดา

ต่อจากนี้เราอยากจะขอนำทัวร์พาทุกท่านเยี่ยมชมบ้านของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 นั่นก็ คือ วังสวนจิตรลดา...

สำหรับคนทำงานทั่วไป การหอบงานกลับมาทำที่บ้านนั้นคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากจะทำ เพราะบ้านควรจะเป็นที่พักผ่อน แต่สำหรับ ในหลวง รัชกาลที่ 9 นั้น ที่ทำงานของท่าน คือ พื้นที่ห่างไกลที่ชาวบ้านเดือดร้อน ดังนั้นท่านจึงต้องทรงนำงานกลับมาทำที่บ้าน ด้วยการแปลงบ้านของตัวเองให้เป็นห้องทดลองต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่ได้รับทราบมาจากการลงพื้นที่ให้กับประชาชนของท่าน เราลองมาดูกันว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงหอบงานแบบไหนกลับมาทำที่บ้านบ้าง.... อ่านต่อ

 

4.ซีรีส์อุปกรณ์และห้องทรงงาน

จากบ้านของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็ได้เวลาพาทุกท่านเดินทางไปตามเสด็จฯ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ยามลงพื้นที่ทรงงานบ้าง แต่ก่อนจะไปพูดถึงการทรงงาน เรามาดูเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ทำงานของในหลวงกันก่อนดีกว่า

จากภาพถ่ายขณะทรงงานที่เห็นกันจนชินตา เราคงจำได้ว่าในพระหัตถ์ของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ไม่เคยว่างเว้นจากอุปกรณ์การทรงงานเลย ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูป สมุด ดินสอ วิทยุสื่อสาร หรือแผนที่ อุปกรณ์เหล่านี้เปรียบเหมือนอาวุธคู่กายที่ทรงใช้ฟาดฟันปัดเป่าปัญหาของประชาชนให้มลายหายไป

และนอกจากอาวุธคู่มือแล้ว ในหลวงยังทรงมีป้อมบัญชาการคู่ใจ อันได้แก่ห้องทรงงานขนาด 5 คูณ 10 เมตร ที่มีอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถติดตามความเป็นอยู่ของประชาชนและสถานการณ์ต่าง ๆ ทั่วประเทศวางเรียงรายกันเต็มห้อง และพระราชวังที่ตั้งอยู่ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่ไม่ได้มีเอาไว้พักผ่อนหย่อนใจแต่อย่างใด แต่เป็นเหมือนห้องทรงงานนอกสถานที่ที่ทรงใช้ประทับเพื่อให้เข้าถึงปัญหาในแต่ละท้องที่อย่างแท้จริง

เมื่อเครื่องมือทั้งหลายครบมือพร้อมสรรพแล้ว การต่อกรกับความทุกข์ยากก็คงไม่ยากจนเกินไป อ่านต่อ

 

 

5.ซีรีส์ภาคเหนือ

หลังจากพาทุกคนไปเปิดประตูดูบ้านของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ต่อด้วยเปิดกระเป๋าสัมภาระดูอุปกรณ์ทำงานของท่าน คราวนี้เราจะนำทุกท่านตามเสด็จฯ ไปดูในหลวงทรงงานตามที่สัญญาไว้

ก่อนจะออกเดินทาง เราอยากให้ทุกคนลองนึกถึงร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านไว้ในใจสักหนึ่งแห่ง ลองนึกภาพว่าเราเดินเข้าประตูร้าน เลี้ยวเข้าไปที่หน้าตู้ขายน้ำ เปิดประตูตู้แช่แล้วมองหาโซนน้ำผลไม้กล่อง เชื่อว่าในจำนวนน้ำผลไม้ที่วางขายอยู่เต็มตู้นั้น กว่าครึ่งคือน้ำผลไม้ที่ปลูกในพื้นที่ของชาวบ้านร่วมกับโครงการของในหลวง ร.9

พวกเราได้มีน้ำผลไม้อร่อย ๆ กิน ส่วนชาวบ้านก็ได้ปลูกพืชผลเพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเองและชุมชน

เรื่องราวเหล่านี้ล้วนมีที่มา…

ย้อนไปช่วงแรก ที่เราเคยพาทุกคนแวะไปเยี่ยมชมโครงการหลวงมาแล้ว คราวนี้เราจะพาทุกคนไปลงพื้นที่ให้ใกล้ชิดกว่าเดิม...ขอต้อนรับทุกคนสู่ “ภาคเหนือ” บนยอดดอยแห่งนี้มีลมเย็นสบาย สูดหายใจเอาอากาศสดชื่นเข้าไปได้เต็มปอด

สำหรับชาวเมือง ภูเขาที่ทอดตัวอยู่ทั่วพื้นที่ในภาคเหนือคือสถานที่ท่องเที่ยวชั้นเลิศ ทั้งสภาพอากาศที่เย็นสบาย มลภาวะที่ยังเบาบาง และธรรมชาติที่ยังมีมาก เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่แสนแออัดในเมืองใหญ่

แต่สำหรับในหลวง รัชกาลที่ 9 แล้ว ยอดเขาเหล่านี้คือสถานที่ทำงาน ที่ทรงทุ่มเทแรงทั้งกายทั้งใจทั้งไอเดีย เพื่อให้ชาวบ้านที่นี่ได้อยู่กันอย่างสบายทั้งยังมีคุณภาพชีวิตที่ดี เปลี่ยนแปลงสังคมชาวเขาที่เคยค้าฝิ่นขายแก่นายทุน เคยปลูกพืชพันธุ์เชิงเดี่ยวจนดินหมดคุณภาพ ให้อยู่ได้ด้วยตัวเองทั้งยังรักษาธรรมชาติให้อุดมสมบูรณ์อีกด้วย

สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เพราะความพยายามและสติปัญญาของพระองค์ท่านโดยแท้

เราขอเกริ่นเพียงเท่านี้ หลังจากวันนี้เป็นต้นไป ขอเชิญทุกคนเดินเที่ยวได้ตามสบายในที่ทำงานที่สูงที่สุดในประเทศไทย อ่านต่อ

 

6.ซีรีส์ภาคอีสาน

เราแอบมาเกริ่นไว้เมื่อวันก่อนว่าจุดหมายต่อไปของเราคือ “ภาคอีสาน” ที่นี่เราจะพาทุก ๆ คน มาเยี่ยมเยือนดินแดนที่ไม่เคยมีพระมหากษัตริย์องค์ใดเคยเสด็จพระราชดำเนินมาก่อนจนกระทั่ง ในหลวง รัชกาลที่ 9

มาดูกันว่าความเป็นมาของความรักจากประชาชนชาวอีสานต่อ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่มีมากมายนั้นมีที่มาอย่างไร ขนาดที่ครั้งหนึ่ง สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 ตรัสเล่าถึงช่วงที่ ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ภาคอีสานว่า ราษฎรชาวไทย เป็นความรักที่ไม่เคยจืดจาง ทุกอย่างที่ดีที่เขามีก็พร้อมที่จะถวาย พระดี ๆ ทรงได้จากประชาชนทั้งนั้น บางคนปลดจากคอแล้วก็ขอให้ทรงปลอดภัยเพราะพระองค์มีภัยมากกว่า ส่วนตัวเขาไม่เป็นไร  อ่านต่อ

 

7.ซีรีส์ภาคใต้

เกริ่นไว้ตั้งแต่คราวก่อนว่าต่อจากภาคอีสาน เราจะพาไป “ภาคใต้” ดินแดนที่เต็มไปด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภาษา แต่เมื่อ ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ประพาสเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่นั่น ก็พบว่าแท้จริงแล้ว ความสุขทุกข์นั้นเป็นเรื่องสากล เพราะถึงแม้วิถีชีวิตของคนใต้จะแตกต่างออกไปในรายละเอียด แต่เมื่อครั้นหิวก็ทุกข์ เมื่อไม่มีทรัพย์ก็ทุกข์ เมื่อไม่มีหนทางแก้ไขปัญหาก็ทุกข์ และเมื่อใดที่ความทุกข์ทั้งหลายคลายลงไป เมื่อนั้นความสุขก็ปรากฏ ไม่ต่างกันเลย

เราอยากชักชวนให้ลองอ่านเรื่องราวในภาคใต้ของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้ดี ให้เห็นว่าพระองค์ทรงปฏิบัติต่อความแตกต่างอย่างไร แก้ปัญหาอย่างไร และทำไมถึงทรงเป็นที่รักจากประชาชนทุกภาคส่วนขนาดนี้ อ่านต่อ

 

8.ซีรีส์ภาคกลาง

เราพาผู้อ่านทุกท่านเที่ยวตามรอยพระยุคลบาทไปทั่วเกือบทุกภูมิภาคแล้ว ในซีรีส์ใหม่นี้ เราก็ขอไปยัง “ภาคกลาง” ดินแดนพื้นที่ราบลุ่มทางตอนกลางของประเทศที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ที่นี่ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงคิดค้นโครงการหลายโครงการที่ทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยและเกษตรกรไทยดีขึ้น ทั้งโครงการแก้มลิง โครงการหญ้าแฝก โครงการแกล้งดิน รวมถึงเมกะโปรเจกต์อย่างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งล้วนแล้วแต่คิดค้นขึ้นเพื่อความเป็นอยู่ของชาวไทยทั้งนั้น  อ่านต่อ

 

9.ซีรีส์กรุงเทพฯ

และแล้วหลังจากที่เราตามเสด็จฯ ไปดู ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงงานมาทั่วประเทศ ก็ถึงเวลาพาทุกคนกลับเข้ามาสู่เมืองหลวงอย่าง "กรุงเทพมหานคร" เมืองใหญ่ที่มีปัญหาหนักไม่แพ้ภูมิภาคอื่น และเป็นปัญหาที่ไม่เหมือนภูมิภาคใด

ปัญหาของกรุงเทพฯ ทำให้ในหลวงทรงต้องยื่นมือเข้ามาช่วยบ่อยครั้ง ที่เห็นได้ชัดเลยคือการจราจร บอกได้เลยว่าถ้าไม่มีโครงการต่างๆ จากในหลวง กรุงเทพฯ รถติดสาหัสกว่านี้แน่นอน

นอกเหนือจากเรื่องจราจรจะเป็นเรื่องอะไร และมีรายละเอียดอะไรบ้าง ติดตามได้ในโพสต์หมวด "กรุงเทพมหานคร" นี้  อ่านต่อ

 

10.ซีรีส์งานอดิเรก

ถ้าใครได้เคยไปทำงานต่างเมือง คงพอนึกออกว่าเวลาทำงานเหนื่อย ๆ ไกล ๆ แล้วได้กลับบ้านมาพักผ่อนได้ทำอะไรที่อยากทำนี่มันช่างผ่อนคลายจริง ๆ ในหลวงเองก็ทรงต้องพักผ่อนเหมือนกัน ในหมวดนี้ หลังจากที่เราตามเสด็จไปดู ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงงานมาทั่วทั้งประเทศแล้ว เราจะพาทุกคนมาติดตามว่า ในยามที่ว่างจากการทรงงานที่บ่อยครั้งเป็นการเดินทางไกลต่างจังหวัดวันละหลายชั่วโมง ในหลวงทรงทำอะไรเป็นงานอดิเรกบ้าง และในหลายโอกาสทรงเปลี่ยนความสุขส่วนพระองค์ให้เป็นสิ่งสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นอีกทีได้อย่างไร  อ่านต่อ

 

 

11.ซีรีส์เศรษฐกิจพอเพียง

หลังจากศึกษาชีวิตและการทรงงานของในหลวง ร.9 มาจนเกือบครบถ้วนกระบวนความแล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาเล่าเหตุการณ์ที่นำพาไปสู่หนึ่งในทฤษฎีที่สำคัญที่สุดของพระองค์

นั่นคือ “เศรษฐกิจพอเพียง”

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้มีเพียงการประหยัด หรือออมเงินเท่านั้น มันแทบเป็นแผนที่ชีวิต ที่ถ้าปฏิบัติตามแนวคิดนี้ สิ่งที่เราจะได้คือชีวิตที่สงบ ใจที่สบาย มีความสุข

แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น เราอยากเล่าให้ทุกคนเข้าใจที่มาที่ไปและพัฒนาการของหนึ่งในแนวคิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ก่อน  อ่านต่อ

 

12.ซีรีส์งานช่วงสุดท้าย

ปกติเราเกษียณอายุงานกันตอนอายุเท่าไหร่ ?

เอกชนบางแห่งก็เกษียณงานกันตอนอายุ 55 ปี บางแห่งก็ 60 ปี ยิ่งถ้าเป็นงานข้าราชการก็มีกฎหมายกำหนดเลยว่าต้องเกษียณอายุออกจากราชการกันตอนอายุ 60 ปี ซึ่งเป็นวันที่เราจะได้พักผ่อนหลังจากทำงานกันมาทั้งชีวิต

ข้าราชการยังมีวันเกษียณอายุงาน แล้วพระราชาล่ะ มีวันเกษียณอายุหรือเปล่า ?

คำถามนี้ตอบได้ไม่ยาก สมัยก่อนถ้าใครดูข่าวในพระราชสำนัก ทุกวันเราจะได้เห็นภาพข่าวคุ้นตาเกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ขึ้นเหนือล่องใต้ เพื่อบรรเทาทุกข์บำรุงสุขราษฎร จวบจนกระทั่งปี พ.ศ. 2543 (ขณะนั้นทรงมีพระชนมายุ 73 พรรษา) เนื่องจากพระพลานามัยที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา จึงทรงลดพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ไปมาก และทรงใช้เวลาส่วนใหญ่มาประทับที่วังไกลกังวล

แม้จะเสด็จฯ ไปเยี่ยมประชาชนไม่บ่อยเหมือนเก่า แต่ในหลวงในวัย 73 พรรษาก็ยังทรงเป็นห่วงประชาชน และทรงงานอยู่เสมอ เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่เท่านั้น ในโอกาสนี้เราจึงขอนำเรื่องราวการทรงงานในช่วงตั้งแต่ปี 2543 จนถึงช่วงท้ายของพระชนม์ชีพมาเล่าสู่กันฟังในหมวดใหม่ “งานช่วงสุดท้าย” ซึ่งเป็นหมวดสุดท้ายของโครงการสานต่อที่พ่อทำ  อ่านต่อ


 
 

The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต

เปิดตัวแล้ววันนี้กับผู้ที่ลงทะเบียนรับหนังสือกว่า 36,000 คน The Visionary เป็นหนังสือที่ทรงคุณค่า เหมาะสำหรับทุกท่านที่สนใจเรียนรู้แนวพระราชดำริและหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต รวมทั้งการปฏิบัติกิจการงานทั้งปวง

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นโดยโครงการ "สานต่อที่พ่อทำ" ที่พยายามฉายภาพของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะนักปฏิบัติที่ยอดเยี่ยม ทรงมองไปยังเส้นทางในอนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่น่าอัศจรรย์ รูปแว่นตาบนปกหนังสือ คือ ตัวแทนของพระองค์ท่าน ที่ผู้จัดทำได้ลดทอนรายละเอียดลงจนเหลือเพียงสัญลักษณ์ แทนมุมมอง หรือวิสัยทัศน์ ของพระองค์ อันเป็นมุมมองที่เกิดจากการทรงงานที่สั่งสมประสบการณ์มาหลายทศวรรษ ทรงรวบรวมข้อมูล ลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน และทรงกล้าที่จะล้มเหลว เพื่อจะได้เรียนรู้ จนค้นพบวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตในวันนี้และวันข้างหน้า

สิ่งนี้เองที่ผู้จัดทำหนังสือเรียกว่า The Visionary คือ การมองปัญหาให้ลึกซึ้ง กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนงานให้บรรลุผลได้ในที่สุด

ร่วมเรียนรู้จาก 9 แนวพระราชดำริผ่านวิสัยทัศน์แต่ละด้านจากการทรงงานตลอดรัชสมัย 70 ปี ได้แก่

  • อยากสําเร็จให้ STAY CONNECTED
  • อุปกรณ์ที่เหมาะจะสร้างงานที่ดี
  • จะนำใครต้องได้ใจคน
  • ลงทุนกับสิ่งที่มีค่าที่สุด
  • แย่แค่ไหนก็กลับมาดีได้
  • คิดให้ใหญ่ มองให้เล็ก
  • ถ้าเชื่อมั่นก็ไปกันให้สุดทาง
  • มองหาศัตรูที่แท้จริง
  • แยกความอยากออกจากความจำเป็น

 


 

หนังสือเสียง The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต

จากพ็อกเก็ตบุ๊ก...สู่ "The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต" ในรูปแบบหนังสือเสียง เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถติดตาม The Visionary ได้อย่างแท้จริง

มาฟังการกลั่นแนวคิดการทรงงานของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ในฐานะ “คนทำงาน” ที่เปี่ยมไปด้วยวิสัยทัศน์ เล่าผ่านเรื่องราวที่ผ่านการค้นคว้ามาอย่างเข้มข้นตลอด 1 ปี และเรื่องเล่าจากผู้ที่มีโอกาสได้ถวายงานใกล้ชิด มาเป็นคู่มือการทำงานและดำเนินชีวิตที่อ่านง่าย... ใครเอาไปใช้ก็เวิร์ก

พบ 9 แนวคิดผ่านวิสัยทัศน์แต่ละด้านของชีวิตการทำงานตลอด 70 ปี ที่ถูกถ่ายทอดแบบคำต่อคำโดย 9 คนดัง

 

บทนำ: The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต

 

บทที่ 1: อยากสําเร็จให้ STAY CONNECTED

อ่านโดย บอยด์ โกสิยะพงษ์

 

บทที่ 2: อุปกรณ์ที่เหมาะจะสร้างงานที่ดี

อ่านโดย ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ

 

บทที่ 3: จะนำใครต้องได้ใจคน

อ่านโดย แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ 

 

บทที่ 4: ลงทุนกับสิ่งที่มีค่าที่สุด

อ่านโดย หมาก ปริญ สุภารัตน์

 

บทที่ 5: แย่แค่ไหนก็กลับมาดีได้

อ่านโดย พุฒิพงศ์ ศรีวัฒน์ (ลีโอ พุฒ) 

 

บทที่ 6: คิดให้ใหญ่ มองให้เล็ก

อ่านโดย อาย กมลเนตร เรืองศรี 

 

บทที่ 7: ถ้าเชื่อมั่นก็ไปกันให้สุดทาง

อ่านโดย ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม) 

 

บทที่ 8: มองหาศัตรูที่แท้จริง

อ่านโดย มาโนช พุฒตาล 

 

บทที่ 9: แยกความอยากออกจากความจำเป็น

อ่านโดย ต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย (ต่อ ฟีโนมีนา) 

 

บทสรุป/บรรณานุกรม: The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต 

 

พร้อมให้ทุกคนฟังแล้ววันนี้ได้ที่ Youtube: สานต่อที่พ่อทํา Official

 

 


9 บุคคลสานต่อ 

โกศล แสงทอง

ผู้นำหมู่บ้าน ป่าเด็ง (หมู่บ้านที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง)

“เรามีขี้วัวเป็นบ่อน้ำมัน มีขยะเป็นเสาไฟฟ้า”

เหตุเพราะตกหลุมรักจึงทำให้ โกศล แสงทอง เลือกที่จะหันหลังให้กับตำแหน่งนักพัฒนา

ของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย มาปักหลักเริ่มชีวิตใหม่ที่บ้านป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เพื่อเป็นเกษตกรเต็มขั้นที่ใช้วิถีชีวิตเรียบง่ายและพอเพียงตามที่ฝันไว้

ที่นั่นกลายเป็นโรงเรียนหลังใหม่ของชีวิตอดีตนักพัฒนาไฟแรง

ซึ่งคุ้นเคยแต่การสอนชาวบ้านให้รู้จักเศรษฐกิจพอเพียง

ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลายมาเป็น “นักปฏิบัติ” และเป็น “นักเรียน” แห่งบ้านป่า...อ่านต่อ

 

ยอดหทัย รีศรีคำ

“การเป็นครูไม่ได้จบแค่เวลาเลิกงาน ครูต้องเป็นครูในทุกจุลวินาที”

ณ เวลานี้ ครูโซ่-ยอดหทัย รีศรีคำ เขาได้ชื่อว่า เป็นครูคนหนึ่งที่เปรี้ยวซ่ามากที่สุดในเมืองไทย

เป็นขวัญใจเด็กดื้อ เด็กแสบ ผู้มีวิชาคณิตศาสตร์เป็นอาวุธ 

“เราถูกปลูกฝังมาว่าคณิตศาตร์ โคตรน่าเบื่อ ฉะนั้นเด็ก ๆ จึงมักโดดเรียนวิชานี้

ผมจึงคิดสร้างห้องเรียนแห่งความสุขคณิตศาสตร์แห่งความสนุกสนาน”

ครูโซ่เคยเกลียดวิชาคณิตศาสตร์เข้าเลือดเหมือนเด็กอื่น ๆ เรียนก็ร่อแร่ สอบก็เกือบตก

แถมยังเกเรจนลือลั่นทั้ง ๆ ที่มีพ่อเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ชีวิตก็กลับตาลปัตร

เขาเลือกเรียนครู โดยมีคณิตศาสตร์เป็นวิชาเอก…อ่านต่อ

 

คำเดื่อง ภาษี

เจ้าของอาณาจักรเขียวหมื่นปี

“ลงทุนในยางนาได้กำไรดีกว่าทอง”

พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์จากบุรีรัมย์ เขาเป็นกบฏต่อสังคมบูชาเงิน และใช้เวลาร่วม 50 ปี

ในการเปลี่ยนชีวิตและแนวทาง โดยหันหน้าไปฝากชีวิตไว้กับธรรมชาติ ใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

มุ่งทำเกษตรกรรมธรรมชาติ ทำเกษตรผสมผสาน

สานต่อแนวทางของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 

เหตุเกิดเพราะความเจ็บช้ำจากแนวคิดที่เชื่อว่า “เงิน” คือ “คำตอบ”ของทุกสิ่ง

ร่วมกับความคิดที่เชื่อวิถีการทำเกษตรเชิงเดี่ยวแบบทุนนิยม…อ่านต่อ

 

นคร ลิมปคุปตถาวร

เจ้าชายผัก

“ความสุขที่คุณปลูกได้”

หากมนุษย์วัดความสมบูรณ์แบบด้วยปัจจัยสี่ นคร ลิมปคุปตถาวร

เจ้าของฉายา “เจ้าชายผัก”

น่าจะเป็นเจ้าของชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด

เสื้อผ้าที่เรียบง่ายชีวิตแวดล้อมไปด้วยแหล่งผลิตอาหารไกลโรคไร้พิษ

ทั้งที่อยู่กลางมหานครที่รายล้อมไปด้วยป่าคอนกรีตอย่างกรุงเทพฯ ‘สังคมเมือง’

ดูเหมือนห่างไกลจากธรรมชาติเหลือเกิน หากพื้นที่ในอุดมคติของเขากลับเติบโตงอกงาม…อ่านต่อ

 

นพ.เกศดา จันทร์สว่าง

รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลคุณธรรม

“เปลี่ยนองค์กรต้องเปลี่ยนที่จิตสำนึก ไม่ใช่ที่กฎระเบียบ ข้อบังคับ”

ปัญหาใหญ่ที่กลายเป็นผลกระทบอย่างหนักทำให้โรงพยาบาลชลบุรีต้องเผชิญกับภาวะวิกฤต

ที่โรงพยาบาลดิ่งลงจนเกือบถึงขีดสุด 

ทุจริตคอร์รับชั่น วิกฤตการเงิน บุคคลากรไม่มีความสุข ไม่สนใจการทำงาน ไม่มีวินัย ขาดน้ำใจ

ทำงานแค่ตามหน้าที่ และถูกร้องเรียนไปยังศูนย์คุณธรรมมากมาย 

หากแรงบันดาลใจจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ได้กลายเป็นแนวทางที่ทำให้ นพ.เกศดา จันทร์สว่าง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลชลบุรี

หนึ่งในคณะผู้บริหารที่ช่วยกันขับเคลื่อนจนทำให้มรสุมที่รุมเร้าพัดผ่านไป และช่วยพลิกองค์กรที่วิกฤต

สู่การเป็นองค์กรต้นแบบ ในนามของ “โรงพยาบาลคุณธรรม” …อ่านต่อ 

 

   โครงการผูกปิ่นโตข้าว

แม่สื่อแห่งท้องทุ่ง

“ความรัก ทำให้เราดูแลกันและกัน”

จากความเจ็บช้ำของชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากโครงการจำนำข้าว

เป็นชนวนความคิดที่ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตชาวนาดีขึ้น

ร่วมกันจัดตั้งโครงการอาสาที่ไม่แสวงหาผลกำไรขึ้นในนามของ “ผูกปิ่นโตข้าว” 

“ความเจ็บช้ำของชาวนาและแรงบันดาลใจจากกิจกรรมของโรงเรียนปัญโญทัย

ที่ฝึกให้เด็กทำนาปลูกข้าวอินทรีย์ และนำข้าวมาขายในสหกรณ์ของโรงเรียนไม่ผ่านคนกลาง

ช่วยจุดประกายความคิดพวกเรา พวกเราจึงจับมือกันทำโครงงการนี้

แรก ๆ ชาวนาเข้าใจว่า เราคือ ฉากบังหน้าของบริษัทขายปุ๋ยเคมี

ต้องใช้เวลาและความจริงใจพิสูจน์ ทำทุกอย่างให้โปร่งใส”…อ่านต่อ

 

ดร.วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์

เจ้าของโรงงานแห่งความสุขภัณฑ์

วิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี พ.ศ. 2540 ฉุดเศรษฐกิจไทยดิ่งเหวธุรกิจล้มกันระเนระนาดไปทั้งประเทศ

บริษัท บาธรูม ดีไซน์ จำกัด ที่กำลังเป็นดาวรุ่งต้องเปลี่ยนสถานภาพกลายเป็นหนี้สินภายในชั่วข้ามคืน 

ด้วยวัยเพียง 20 ปีเศษในเวลานั้น ในฐานะเจ้าของบริษัท คุณสี่-ดร.วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์

เขาไม่มีแม้แต่เงินเดือนจ้างพนักงาน 

ท่ามกลางความมืดมน “คาถาแสนวิเศษ” ในวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2540 ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป…อ่านต่อ 

 

ศิวโรฒ จิตนิยม

ผู้ว่าการธนาคารความดี หนองสาหร่าย

“เราใช้เงินเป็นเครื่องมือสร้างความดี ใช้ความดีเป็นเครดิต”

ความทุกข์จากหนี้สินของชุมชนมูลค่ารวม 100 กว่าล้าน ทำให้ คุณศิวโรฒ จิตนิยม

ประธานสถาบันการเงินชุมชนตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี

มุ่งมั่นที่จะทำให้ชาวบ้านก้าวพ้นจากขอบเหววิกฤตนั้น 

ตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ภาพหนองสาหร่ายในความทรงจำของเขาเต็มไปด้วยความสุข

อยู่กันแบบพี่น้อง มีชีวิตที่เรียบง่าย มีอะไรก็ช่วยเหลือพึ่งพากัน

จวบจนกระทั่งความเจริญพุ่งเข้ามาในรูปของคลองชลประทานที่ตัดผ่าน

และทางการใช้ “จีดีพี” เงินทองหรือผลประโยชน์ที่หามาได้เป็นตัวตัดสินความมีจนของคนในชุมชน…อ่านต่อ 

 

แสงเดือน ชัยเลิศ

ผู้ก่อตั้ง Elephant Nature Park

“นักท่องเที่ยวเค้าจ่ายเงินเป็นหมื่น ๆ เพื่อมาเก็บขี้ช้าง” 

“มันบาดใจเราลึก”

พี่เล็ก แสงเดือน ชัยเลิศ กล่าว เมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อ 37 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งที่เธอเดินทางขึ้นไปบนเขา

แล้วได้พบกับช้างลากไม้ตัวผู้เชือกหนึ่ง ที่ขาเต็มไปด้วยแผลเน่าอักเสบและน้ำเหลือง

สภาพขาที่บาดเจ็บและบบวมทำให้ช้างเชือกนี้เดินลำบาก

แต่ก็ต้องถูกบังคับโดยควาญช้างให้เดินต่อไปด้วยตะขอสับเสียงโหยหวยของช้างผู้ปวดร้าวในวันนั้น

มาปรากฏพร้อมแววตารวดร้าวที่จ้องมองมายังพี่เล็กอย่างวิงวอน 

“ควาญบอกเราว่า ช้างป่วย แต่ยังไงก็ต้องทำงาน จะหยุดได้ก็ต่อเมื่อล้มลงเท่านั้น”…อ่านต่อ