facebook share
facebook share
Doing Business 2018: Reforming to create jobs
รายงาน Ease of Doing Business 2018

ธนาคารโลก (World Bank) ได้เผยแพร่รายงาน Ease of Doing Business 2018 โดยในปีนี้ประเทศไทยได้รับการจัดลำดับเป็นที่ 26 จาก 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งลำดับของประเทศไทยดีขึ้น 20 อันดับจากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับที่ 46 โดยมีผลคะแนน DTF (Distance of Frontier) เป็นร้อยละ 77.44 เพิ่มจากปีที่ผ่านมา ที่ได้คะแนน 72.53 ถือเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน รองจากประเทศสิงค์โปร์ และประเทศมาเลเซีย ที่สำคัญประเทศไทย เป็น 1 ใน 10 ประเทศ ที่มีการปรับปรุงมากที่สุด ซึ่งสูงเป็นลำดับที่สองจากประเทศบรูไนที่มีความก้าวหน้าในการปรับปรุงบรรยากาศทางธุรกิจมากที่สุด

การจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจ ของธนาคารโลกดังกล่าว มีการจัดอันดับเป็นประจำทุกปี โดยวัดผลจากประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการ โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับในรายงานดังกล่าวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีตัวชี้วัดในการจัดอันดับ 11 ตัวชี้วัด ได้แก่

1. กฎระเบียบด้านแรงงาน (Labor market regulation)
2. การขออนุญาตเกี่ยวกับการสร้างอาคารสถานที่ (Dealing with construction permits)
3. การขออนุญาตใช้ไฟฟ้า (Getting electricity)
4. การจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ (Registering property)
5. การขอใช้บริการสินเชื่อและบัตรเครดิต (Getting credits)
6. การคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย (Protecting minority investors)
7. การค้าข้ามพรมแดน (Trading across borders)
8. การชำระภาษี (Paying taxes)
9. การบังคับใช้สัญญา (Enforcing contract)
10. การบริการจัดการหนี้สูญ (Resolving insolvency)
11. การเริ่มดำเนินธุรกิจ (Starting a business)

ผลการประเมินของประเทศที่ดีขึ้นในปีนี้ เป็นผลโดยตรงจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) นโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้เป็นประเด็นสำคัญของการปฏิรูป (Reform Agenda) 2) การออกคำสั่ง คสช ที่ 21/2560 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 ที่ปรับปรุงกฎหมายสำคัญ 5 ฉบับ รวมทั้งพรบ. ล้มละลาย และ 3) ส่วนราชการต่างๆได้มีการพัฒนาโดยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการปฎิบัติงานมากขึ้น

 

ประเทศไทยดีขึ้น เป็นอันดับที่ 26 จาก 190 ประเทศทั่วโลก

รายงาน Ease of Doing Business 2018 โดยธนาคารโลก (World Bank) ฉบับเต็ม
 

เรื่องราวอื่นๆ