facebook share
facebook share
รายงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals Report 2018
The Sustainable Development Goals Report 2018

เมื่อเร็ว ๆ นี้ องค์การสหประชาชาติได้เผยแพร่ "รายงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2561" หรือ "The Sustainable Development Goals Report 2018" เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกใน 12 ปีข้างหน้า

รายงานดังกล่าวระบุว่า ประชากรโลกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากกว่าเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2543 สัดส่วนของประชากรและครอบครัวที่ดำรงชีพอยู่ด้วยเงินต่ำกว่าวันละ 1.90 เหรียญสหรัฐ ลดลงจากร้อยละ 26.9 เหลือเพียงร้อยละ 9.2 ของประชากรโลกทั้งหมดในปัจจุบัน

นอกจากนี้ อัตราการว่างงานในโลกลดลงอัตราการเสียชีวิตจากการให้กำเนิดบุตรลดลงร้อยละ 37 อัตราการเสียชีวิตของเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีลดลงร้อยละ 47 จำนวนประชากรในประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุดที่มีไฟฟ้าใช้กลับเพิ่มขึ้น 2 เท่า การแต่งงานตั้งแต่วัยเด็กทั่วโลกยังคงลดลง ซึ่งเป็นความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 5 เป้าประสงค์ที่ 5.2 เช่น ประเทศในเอเชียใต้มีอัตราการแต่งงานตั้งแต่วัยเด็กลดลงกว่าร้อยละ 40 มาตั้งแต่ปี 2543

ในส่วนของเป้าหมายที่ 12 การผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน รายงานได้นำเสนอไว้ว่ามากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก กำลังมุ่งไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ เพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

แม้จะมีความก้าวหน้าในหลายด้าน แต่รายงานได้ชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มคนด้อยโอกาสและกลุ่มประชากรชายขอบ เช่น ในเรื่องของความเท่าเทียมทางเพศ ที่ยังคงทำให้ผู้หญิงขาดโอกาสและสิทธิขั้นพื้นฐาน รวมถึงการที่เยาวชนมีความเสี่ยงที่จะตกงานกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า

รายงานดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเป้าหมายการพัฒนาที่ยังยืนทั้ง 17 เป้าหมาย เพื่อเผชิญความท้าทายที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะอากาศของโลก, ความขัดแย้ง, ความเหลื่อมล้ำ, ความยากจน, ความหิวโหย, สภาวะแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง, และการพัฒนาเมือง

พร้อมทั้งได้เสนอแนะแนวทางการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานด้านสุขภาพและน้ำ, การเข้าถึงพลังงานสะอาด, การปกป้องระบบนิเวศ, การสร้างเมืองและอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัย, รวมถึงการมีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

นอกจากนี้รายงานได้กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนไปสู่การเป็นสังคมที่ยั่งยืนและมีภูมิคุ้มกันบนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด และการบริหารจัดการที่รับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญถึงการเข้าถึงการบริการพื้นฐานที่จะเป็นบันไดสำคัญไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และได้ให้ความสำคัญกับสังคมที่เข้มแข็ง สามารถต้านทานกับความเสี่ยง และภาวะขัดแย้งต่าง ๆ ได้ ด้วยการลงทุนในด้านธรรมาภิบาล, การลดความเหลื่อมล้ำ, และการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นต้น

นอกจากนี้ได้มีการไฮไลต์ข้อมูลที่สำคัญในเป้าหมายอื่น ๆ ดังนี้

• เป้าหมายที่ 2 ขจัดความหิวโหย - จำนวนประชากรโลกที่กำลังเผชิญกับความหิวโหยเพิ่มขึ้นจาก 777 ล้านคนในปี 2558 เป็น 815 ล้านคนในปี 2559 โดยเป็นผลพวงมาจากความขัดแย้งและภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงภาวะภัยแล้งอันเกี่ยวเนื่องมาจากเรื่องโลกร้อน และพบว่า "ความขัดแย้ง" เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการขาดความมั่นคงทางอาหารใน 18 ประเทศทั่วโลก

• เป้าหมายที่ 4 การศึกษาที่เท่าเทียมและมีคุณภาพ - ประชากรโลกที่เป็นเด็กและวัยเจริญพันธุ์มากกว่าครึ่งยังมีทักษะในการอ่านและทักษะทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยมีสัดส่วนที่แตกต่างกันไปตามเพศ, สถานที่อยู่อาศัยในชนบทหรือในเมือง รวมถึงความเหลื่อมล้ำด้านอื่น ๆ

• เป้าหมายที่ 6 การจัดการน้ำและสุขาภิบาล - ในปี 2559 ประชากรโลกกว่า 2.3 พันล้านคนยังคงขาดสุขภาวะพื้นฐาน ในขณะที่ประชากร 592 ล้านคนยังคงไม่มีห้องสุขาและขับถ่ายในสถานที่โล่งแจ้ง

• เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน - ร้อยละ 91 ของประชากรในเมืองยังคงเผชิญกับมลภาวะทางอากาศที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้โดยองค์การอนามัยโลก

• เป้าหมายที่ 14 การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล - แนวโน้มของสัตว์น้ำลดลงทั่วโลก โดยเฉพาะคุณภาพของน้ำบริเวณชายฝั่งอันเนื่องมาจากมลภาวะและภาวะ Eutrophication ที่ทำให้ปริมาณน้ำและอาณาเขตของน้ำลดลง ส่งผลให้ความเข้มข้นของธาตุอาหารมากขึ้น เช่น ไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูงขึ้น อันเป็นผลที่เกิดจากภาวะโลกร้อน

• เป้าหมายที่ 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบก - พื้นที่ป่าของโลกจะยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

• เป้าหมายที่ 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม ไม่แบ่งแยก - ยังคงพบว่ามีเครือข่ายเชื่อมโยงเกี่ยวกับการค้ามนุษย์กว่า 570 เครือข่ายในโลก ในช่วงปี 2555 ถึง 2557

• เป้าหมายที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน - ความร่วมมือด้านการพัฒนาที่เป็นทางการในการเพิ่มขีดความสามารถและการวางแผนการพัฒนาในระดับชาติยังคงทรงตัวมาตั้งแต่ปี 2553

ทั้งนี้ รายงานได้แนะนำให้ปรับปรุงกระบวนการรวบรวม, ประมวล, วิเคราะห์, และเผยแพร่ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ, เข้าถึงได้, เป็นเดียวกัน, และเป็นปัจจุบัน เพื่อเร่งให้เกิดการกำหนดนโยบายที่ดีขึ้นแบบเชิงประจักษ์ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้มีความมุ่งมั่นทางการเมืองและนโยบายเพื่อการลงทุนและการพัฒนานวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนให้มากขึ้น
---------

นาย Antonio Guterres เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้กล่าวไว้ในบทนำของรายงานว่า นับตั้งแต่โลกย่างก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา ได้มีพัฒนาการในหลายด้านด้วยกัน "รายงานเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2561" หรือ "The Sustainable Development Goals Report 2018" ฉบับนี้ จะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายต่าง ๆ ที่โลกกำลังเผชิญอยู่ เพื่อการปรับเปลี่ยนนโยบายต่อไป

ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 12 ปีที่จะถึงเวลาที่กำหนดไว้ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เราจึงต้องร่วมกันตระหนักถึงความเร่งด่วนในการทำงานขับเคลื่อน Agenda 2030 นี้ ซึ่งต้องการการร่วมกันลงมือปฏิบัติโดยทันทีและทั่วถึงจากประเทศสมาชิกต่าง ๆ ร่วมกับพาคีในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ, เอกชน, หรือภาคส่วนอื่น ๆ ในทุกระดับ 
---------

เมื่อเดือนกันยายนปี 2558 องค์การสหประชาชาติและประเทศสมาชิกกว่า 196 ประเทศ ได้เห็นพ้องต้องกัน และรับรองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้ง 17 เป้าหมาย หรือ The 2030 Agenda for Sustainable Development ให้เป็นกรอบในการพัฒนาของโลกร่วมกันเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างปี 2559-2573 หลังจากนั้นประเทศสมาชิกได้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว ไปใช้เป็นกรอบในการทำแผนพัฒนาประเทศที่เหมาะสมตามบริบทของประเทศตน

 

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ ที่นี่

เรื่องราวอื่นๆ