facebook share
facebook share
previous
next
แถลงการณ์แสดงความอาลัย
The United Nations (UN)
The United Nations (UN)

สหประชาชาติถวายสดุดีในหลวง "ราชันผู้ยิ่งใหญ่"

ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติวาระพิเศษถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกล่าวสดุดียืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยพระราชาที่ทรงงานพัฒนาเพื่อความผาสุกของพสกนิกรที่ยังประโยชน์แก่ประเทศไทยและทั่วโลก

วันที่ 28 ตุลาคม 2559 เวลาประมาณ 21.00 น. ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติได้ร่วมกล่าวสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยการประชุมที่ 71 เริ่มกล่าวสดุดีเป็นคนแรก จากนั้นผู้แทนภูมิภาคต่าง ๆ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นกล่าวสดุดี

 


นายปีเตอร์ ทอมสัน ประธานสมัชชาสหประชาชาติสมัยที่ 71 จากประเทศฟิจิ

“นานาประเทศต่างชื่นชมยกย่องพระราชกรณียกิจในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ และได้การกำหนดให้วันคล้ายวันพระราชสมภพ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันดินโลก เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจในการสร้างความตระหนักรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความสำคัญของดินต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทรงเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่ปวงชนชาวไทยและโลกจะไม่มีวันลืม
 
 


นายบัน คี มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ

“ทรงทุ่มเทปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระวิริยะอุตสาหะเพื่อปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และนำพาประเทศให้ทันสมัย ทรงนำความมั่นคงและเสถียรภาพมาสู่ประเทศ... ความมุ่งมั่นของพระองค์ที่ทรงงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง
 
 


นาย Kaha Imnadze เอกอัครราชทูตถาวรแห่งประเทศจอร์เจียประจำสหประชาชาติ เป็นผู้แทนกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก

“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นผู้นำที่แท้จริง ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งคนไทยและคนทั่วโลก ...ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำและมุ่งมั่นเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างหาผู้ใดเสมอเหมือน ทรงพระราชวิริยอุตสาหะจนเป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วโลกในฐานะกษัตริย์นักพัฒนา
 
 


นาย Cristian Barros เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรแห่งประเทศชิลีประจำสหประชาชาติ เป็นผู้แทนกลุ่มประเทศละตินอเมริกาและแคริเบียน

“พระองค์ทรงมีพระราชวิริยอุตสาหะในการพัฒนาโดยมีประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง องค์การสหประชาชาติจึงได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ…ทรงเป็นศูนย์รวมใจและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของปวงชนชาวไทยและทรงเป็นที่สรรเสริญของประชาคมโลกสืบไป
 
 


นาย Abdallah Wafy เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไนเจอร์ประจำสหประชาชาติ ผู้แทนกลุ่มประเทศแอฟริกา

“หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแก่นแท้ของการพัฒนาซึ่งเกิดขึ้นจากการสั่งสมประสบการณ์ด้านการพัฒนาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ จนได้รับการเผยแพร่ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับว่า เป็นแนวทางที่พัฒนาขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งอันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้
 
 


นาย Mansour Ayyad Al-Otaibi เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรคูเวตประจำสหประชาชาติ ผู้แทนกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก

“ทรงเป็นที่ยอมรับในฐานะกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและผู้สร้างสันติภาพ ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาค พัฒนาไปสู่การเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับต้น ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์
 
 


นาย Matthew Rycroft เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรสหราชอาณาจักรประจำสหประชาชาติ ผู้แทนกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก

“ทรงใช้เวลาตลอดรัชสมัย เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร... ทรงริเริ่มโครงการด้านการพัฒนาในพื้นที่ที่แร้นแค้นที่สุดในประเทศ ทรงส่งเสริมการทำการเกษตรแบบก้าวหน้าและยั่งยืน และผลงานของพระองค์ได้ส่งผลประจักษ์มาจนถึงทุกวันนี้
 
 


นางซาแมนธา พาวเวอร์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ

“ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ได้ทรงจดทะเบียนสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าเกือบ 40 รายการ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่ทรงทดลองและพัฒนาขึ้นมาด้วยพระองค์เอง ส่วนใหญ่ เพื่อใช้แก้ปัญหาให้กับพสกนิกรของพระองค์ท่าน เหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความพิเศษยิ่ง”
“คนไทยช่างโชคดีที่มีพระองค์เป็นครอบครัวเดียวกัน และช่างเป็นความโชคดีของประชาคมโลกที่ได้มีโอกาสเรียนรู้และเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้
 
 


นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ

“หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีผลสำเร็จจากการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้ในประเทศไทยและประเทศต่างๆ เป็นที่ประจักษ์แล้วทั้งในภาคการเกษตร ธุรกิจ และภาครัฐ เราจึงมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่จะได้แบ่งปันของขวัญอันล้ำค่านี้แก่สมาชิกมิตรประเทศในสหประชาชาติต่อไป