facebook share
facebook share
previous
next
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ประเทศไทย
-

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2559 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กราบบังคมทูลเชิญองค์รัชทายาทเสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ สืบราชสันตติวงศ์

ในการนี้ทรงมีพระราชดำรัสตอบรับการขึ้นทรงราชย์ความว่า

“ตามที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ได้กล่าวในนามของปวงชนชาวไทย เชิญข้าพเจ้าขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ว่าเป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น ข้าพเจ้าขอตอบรับ เพื่อสนองพระราชปณิธาน และเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทยทั้งปวง”

 

 

พระราชประวัติ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พุทธศักราช 2515 สนพระราชหฤทัยในความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก 

พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากสหราชอาณาจักร และระดับอุดมศึกษาด้านการทหารจากเครือรัฐออสเตรเลีย ทรงเข้ารับราชการทหาร โดยทรงตำแหน่งแรกเป็นนายทหารประจำกรมข่าวทหารบก กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 9 มกราคม พุทธศักราช 2518 ต่อมา เมื่อพุทธศักราช 2531 ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และเมื่อพุทธศักราช 2535 ทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด นอกจากนั้น ยังทรงปฏิบัติหน้าที่ครูการบินเครื่องบินขับไล่แบบเอฟ-5 อี เอฟ ด้วยทรงดำรงพระยศทางทหารทั้งสามเหล่าทัพ ได้แก่ พลเอก พลเรือเอก และพลอากาศเอก 

ดังได้กล่าวแล้วว่า แม้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นทหารอาชีพ แต่ยังทรงมีพระราชหฤทัยห่วงใยประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสุขภาพและอนามัย ทั้งจากการที่ได้ตามเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยพระองค์เองไปเยี่ยมพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร และทรงช่วยปฏิบัติงานตามแผนการต่อต้านการก่อการร้ายในจังหวัดที่อยู่ห่างไกล เช่น จังหวัดตราด จึงตระหนักถึงปัญหาและความทุกข์ของพสกนิกรแต่ละพื้นที่

และจากการก่อตั้งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่ปี 2520 เช่น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จังหวัดยะลา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จังหวัดปัตตานี และยังมีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อุบลราชธานี และอุดรธานี เป็นต้น พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงตรวจเยี่ยมโรงพยาบาล ติดตามผลงานด้วยพระองค์เอง เพื่อให้แน่พระราชหฤทัยว่าผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาล ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี จึงเป็นช่วงเวลาที่เกิดการพัฒนาโรงพยาบาลระดับอำเภอ หรือโรงพยาบาลชุมชนอย่างเข้มแข็งทั้งใน ด้านคุณภาพการบริการ ด้านการบริหาร และด้านวิชาการ ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาด้านการแพทย์และสาธารณะสุขต่อประชาชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

นอกจากนั้น การที่ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการทำงานของหน่วยแพทย์พระราชทาน และทอดพระเนตรโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทรงพระปรีชาสามารถในงานพัฒนาตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นอย่างมาก ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา 

พระราชกรณียกิจที่สำคัญเด่นชัดที่สุดของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร น่าจะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นพระราชกรณียกิจที่เพิ่มขึ้นเมื่อทรงได้รับสถาปนาเป็นสยามมกุฎราชกุมารแล้ว ทรงมีโอกาสได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระประมุขของประเทศต่าง ๆ ตลอดจนได้ทรงรู้จักคุ้นเคยกับประมุขของต่างประเทศหลายราย เช่น เมื่อเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2539 ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบทที่สอง แห่งสหราชอาณาจักร และในเดือนต่อมา ได้ทรงพบกับประธานาธิบดี บิล คลินตัน แห่งสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย นางฮิลลารี คลินตัน อาจกล่าวได้ว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีที่ยอดเยี่ยมของประเทศไทย ทรงปฏิบัติหน้าที่นี้อย่างเต็มพระราชหฤทัย เริ่มตั้งแต่การเสด็จพระราชดำเนินเยือนนครรัฐวาติกัน เพื่อเข้าเฝ้า สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น พอล ที่สอง เมื่อพุทธศักราช 2528 และเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อพุทธศักราช 2530 ซึ่งได้พบกับ นายเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำของสาธารณรัฐประชาชนจีนในเวลานั้นด้วย 

แม้จะต้องทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในฐานะผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นพระราชกรณียกิจอันหนัก แต่ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ก็ยังเป็นพระราชบิดาที่ทรงอภิบาลพระราชโอรสและพระราชธิดาอย่างดียิ่ง และโปรดให้ตามเสด็จในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอยู่เนือง ๆ 

ขอบคุณเนื้อหาจาก สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ. หนังสือ “พลังแห่งแผ่นดินนวมินทรมหาราชา”, หน้า 209– 212

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก https://www.facebook.com/pg/infodivohm/photos/?tab=album&album_id=1249451941792476