facebook share
facebook share
previous
next
เปิดตัวหนังสือ A Call to Action
โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพ
Editions Didier Millet

A Call to Action: เส้นทางของประเทศไทยในการรวมพลังเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

กรุงเทพมหานคร –สำนักพิมพ์ต่างประเทศ Editions Didier Millet (EDM) ร่วมกับ มูลนิธิมั่นพัฒนา จัดงานเปิดตัวหนังสือ A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals (ปกแข็ง, 184 หน้า) ที่นำเสนอข้อมูลเชิงลึกและความก้าวหน้าเกี่ยวกับความพยายามของประเทศไทยในการดำเนินการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ 

งานนี้จัดขึ้นที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 17 มกราคม 2560 เวลา 12:15-15:30 น. โดยมี รศ.ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา เป็นผู้กล่าวปาฐกถาเปิดงาน และมีการเสวนาในหัวข้อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ หนังสือนี้จะจัดจำหน่ายในประเทศไทยที่ร้าน Asia Books และ Kinokuniya รวมถึงร้านหนังสือชั้นนำในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และที่ Amazon.com ในราคาเล่มละ US$35 (1,250 บาท) ที่ผ่านมา EDM ได้จัดทำหนังสือชั้นนำหลายเล่มที่เกี่ยวกับประเทศไทยเช่น Thailand's Sustainable Development Sourcebook and King Bhumibol Aduyadej: A Life’s Work

 

เนื้อหาโดยสรุป

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่นำเสนอเนื้อหาเชิงลึกอย่างตรงไปตรงมาบนพื้นฐานข้อมูลที่หลากหลายเกี่ยวกับสถานะของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน บนเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้ง 17 ประการให้ได้ ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กำหนดโดยองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 2558  และองค์การสหประชาชาติได้ระบุว่าเป็น “การเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลก” หนังสือนี้ได้กล่าวถึงความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยกำลังเผชิญในด้านต่างๆ แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ที่สำคัญคือหนังสือเล่มนี้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการที่ประเทศไทยใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และการทรงงานด้านการพัฒนาของพระองค์ เป็นเข็มทิศนำทางในการพัฒนาด้านต่างๆ หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 17 บท ตาม 17 เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีเนื้อหาวิเคราะห์เป้าหมาย แนวทาง และสิ่งที่ยังจะต้องดำเนินการในเรื่องต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การสาธารณสุข การขจัดความยากจน การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน การผลิตพลังงานสะอาด และการจัดการระบบนิเวศ นอกจากนี้แล้วหนังสือนี้ยังกล่าวถึงตัวอย่างของการพัฒนา ทั้งที่ประสบความสำเร็จและที่ยังต้องดำเนินการ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นถึงภาพรวมของความก้าวหน้าในการพัฒนาของประเทศไทย และความจำเป็นที่จะต้องผนึกกำลังกันบนเส้นทางที่มุ่งสู่เป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน  A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals (SDGs) เป็นแหล่งความรู้ที่มีคุณค่าสำหรับผู้ที่สนใจว่าประเทศไทยจะทำให้เกิดการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนได้อย่างไร ด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบนพื้นดิน ในน้ำ หรือทรัพยากรมนุษย์ 

ด้วยบทความต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสถิติข้อมูลปัจจุบันของประเทศไทย ทำให้หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและผู้ที่สนใจด้านการพัฒนาของประเทศไทย

 

คณะผู้จัดทำ

ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา เป็นผู้อำนวยการศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ และกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา มีผลงานวิจัยด้านเศรษฐกิจพอเพียงมากมาย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมถึงผลงานในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษามานานกว่า 10 ปี นิโคลัส กรอสแมน จัดทำหนังสือมากกว่า 10 เล่มเกี่ยวกับประเทศไทยให้กับ EDM รวมถึง Chronicle of Thailand, Thailand's Sustainable Development Sourcebook, A History of the Thai-Chinese,และ King Bhumibol Aduyadej: A Life’s Work. วิลล์ แบ๊กซ์เตอร์ เป็นนักข่าวและช่างภาพซึ่งประจำอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่ปี  2546 โดยเป็นผลงานเกี่ยวกับประเด็นทางสังคม สิทธิมนุษยชน และเรื่องเกี่ยวกับการพัฒนา และทำงานอิสระให้กับ Al Jazeera, Der Spiegel, Internazionale และอื่นๆ นีน่า เว็กเนอร์ เป็นนักข่าวซึ่งเขียนเกี่ยวกับประเด็นด้านชาติพันธุ์และความรับผิดชอบของแวดวงธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนา ผลงานของนีน่าได้รับการตีพิมพ์ใน Al Jazeera, The Atlantic และ The Huffington Post  

 

คำกล่าวสำคัญในงานเปิดตัวหนังสือ 

รองศาสตราจารย์ ดร.จิรายุ  อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา ได้กล่าวกับผู้เข้าร่วมในเวทีเสวนางานเปิดตัวหนังสือ A Call to Action : Thailand and the Sustainable Development Goals ความตอนหนึ่งว่า

 “.......ทุกท่านที่มาร่วมงานในวันนี้ คงจะมีคำถามในใจว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวพระราชดำริและปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงวางไว้จะคงอยู่คู่สังคมไทยหรือไม่นั้น  ผมจึงขออัญเชิญพระราชดำรัสตอนหนึ่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา ความว่า “... ในปีใหม่นี้ ขอให้ชาวไทยทุกคน มีความมุ่งมั่น มีกำลังใจในอันที่จะร่วมกันปฏิบัติสรรพกิจน้อยใหญ่ ในภาระหน้าที่ตามแนว พระบรมราโชบายที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานไว้ให้งานทุกอย่างสำเร็จผล เป็นความดีความเจริญ ทั้งแก่ตนเอง แก่ส่วนรวม และประเทศชาติ เป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ  ในการนี้ ข้าพเจ้า (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10) ขอปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับประชาชนชาวไทยโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานเช่นกัน…”

ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา 

“..ประเทศไทยได้นำเสนอไว้ในเวทีโลกมาโดยตลอดว่า เราใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนำทางไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อที่จะบรรลุ 17 เป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ และวันนี้ เรามีหนังสือ A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals ที่นำเสนอตัวอย่างรูปธรรมในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาในระดับต่างๆ รวมถึงตัวอย่างโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการพัฒนาประเทศตามหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ทรงคุณค่าที่จะนำพาการพัฒนาประเทศไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้…” 

“ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา จากภาวะวิกฤตทางการเงินในปี 2540 ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าการพัฒนาที่ไม่สมดุลไปไม่รอด กล่าวคือไม่ยั่งยืน เราผ่านวิกฤตทางสังคมและรับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมถูกทำลายบ่อยครั้ง ประเทศไทยเราจึงต้องมีการไตร่ตรองให้มากขึ้นในการเลือกแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับภูมิสังคม ทรัพยากรที่เป็นจุดแข็งของเรา และพื้นฐานทางวัฒนธรรมของประเทศและแต่ละพื้นที่ นั่นก็คือ การพัฒนาตามทางสายกลาง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เน้นความสมดุลของการพัฒนา และการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เราจึงจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้…”  

“และการที่จะทำให้การพัฒนาที่สมดุลเกิดความยั่งยืนในที่สุดได้นั้น จำเป็นต้องบ่มเพาะหลักคิดพอเพียงให้กับคนรุ่นใหม่ ยกตัวอย่างในเรื่องของการศึกษา ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนกว่าครึ่งหนึ่งในประเทศไทยที่พยายามใช้หลักการพอเพียงในการปลูกฝังเยาวชนให้มีหลักคิดในการตัดสินใจและดำเนินชีวิต จนได้รับการรับรองว่าเป็น ‘สถานศึกษาพอเพียง’ และมีโรงเรียนที่ผ่านการประเมินเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา 121 โรง กระจายอยู่ทั่วประเทศ ที่สามารถเป็นพี่เลี้ยงให้กับโรงเรียนอื่นได้ โรงเรียนพอเพียงเหล่านี้ คือแหล่งบ่มเพาะบุคลากรที่จะช่วยพัฒนาประเทศให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต…” 

นายเสข วรรณเมธี

ในปี 2559 ซึ่งไทยได้รับเกียรติและโอกาสให้ทำหน้าที่ประธานกลุ่ม 77 เราก็ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันและขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการนำเสนอตัวอย่าง ประสบการณ์ และบทเรียนของไทยในการก้าวผ่านอุปสรรคด้านการพัฒนาโดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) และโครงการ SEP for SDGs Partnership โดยมุ่งมั่นที่จะขยายเครือข่ายไปยังกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเพื่อนำเสนอหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีระหว่างประเทศต่อไป

กระทรวงการต่างประเทศยินดีให้การสนับสนุนการเผยแพร่หนังสือเล่มนี้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เป็นที่ประจักษ์ โดยหนังสือ A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals ได้กล่าวถึงการดำเนินการของไทยในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง SEP กับ SDGs ในแต่ละเป้าหมาย ประกอบด้วยสถิติ ข้อมูลประกอบ และมีบทความพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญที่นำไปใช้ศึกษาและอ้างอิงได้ นับเป็นหนังสือที่ประเมินการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมเล่มแรกของไทยและเป็นการต่อยอดจากหนังสือที่มูลนิธิมั่นพัฒนาร่วมกับบริษัท EDM เคยจัดทำ (Thailand’s Sustainable Development Sourcebook) ด้วย

นายนิโคลัส กรอสแมน

“…ในโอกาสที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลง หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงว่าประเทศไทยควรทำอย่างไรสำหรับอนาคตในเรื่องของประเด็นเร่งด่วนต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ พลังงานทดแทนและความมั่นคงทางอาหาร เป้าหมายของเราคือการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ…” 

“ประเทศไทยจะสามารถพัฒนาตัวเองในเรื่องของความยั่งยืนได้หรือไม่ เรายังคงต้องติดตามกัน อย่างไรก็ตามด้วยนโยบาย แบบแผนปฏิบัติ และข้อตกลงต่างๆ ที่ประเทศทั้งหลายต้องปฏิบัติตาม ประเทศไทยจึงเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่มีปัจจัยหลายๆ อย่างมาฉุดดึงให้การทำงานเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ไม่ไปในทิศทางที่ต้องการ หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงประเด็นเหล่านี้ในทุกแง่มุม 

“ส่วนหนึ่งเพราะประเทศไทยมีปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงทำให้ประเทศนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่มีสิ่งพิมพ์ในเรื่องของความยั่งยืนและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนค่อนข้างมาก คำถาม ณ ปัจจุบัน จึงไม่ได้อยู่ที่เราสนใจหรือไม่ แต่อยู่ที่เราปฏิบัติจนเห็นผลหรือยัง”

เกี่ยวกับหนังสือ

ISBN: 978-981-461-0421

ชื่อหนังสือ: A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals

ราคา: US$35.00 / 1,250 บาท

จำนวนหน้า: 184 หน้า

ขนาด: 235 มม. x 195 มม.

แบบปก: ปกแข็ง 

วันที่ตีพิมพ์: 15 ธันวาคม 2559 

 

ประเด็นสำคัญ

• เป็นหนังสือที่แนะนำให้รู้จักกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติที่จะบรรลุภายในปี 2573 และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

• 17 บทเกี่ยวกับแต่ละเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับความก้าวหน้าและความพยายามของประเทศไทย

• บทความพิเศษของผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเกี่ยวกับประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านต่างๆ ของประเทศไทย 

• การออกแบบให้อ่านง่าย ต่อการทำความเข้าใจเนื้อหาที่สำคัญ

• มี Infographics สี ภาพ แผนที่ กรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องและสถิติข้อมูลล่าสุดของประเทศไทย

• มีแบบเล่มปกอ่อน น้ำหนักเบา สำหรับนักเรียนและนักศึกษา

CHAPTERS

Goal 1: No Poverty

Goal 2: Zero Hunger

Goal 3: Good Health and Well-being

Goal 4: Quality Education

Goal 5: Gender Equality

Goal 6: Clean Water and Sanitation

Goal 7: Affordable and Clean Energy

Goal 8: Decent Work and Economic Growth

Goal 9: Industry, Innovation and Infrastructure

Goal 10: Reduced Inequalities

Goal 11: Sustainable Cities and Communities

Goal 12: Responsible Consumption and Production

Goal 13: Climate Action

Goal 14: Life Below Water

Goal 15: Life on Land

Goal 16: Peace, Justice and Strong Institutions

Goal 17: Partnerships for the Goals

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Small steps, not enough action

ถอดรหัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่เป้าหมายของยูเอ็น

จาก ‘คำสอน’ สู่ ‘การปฏิบัติ’ เศรษฐกิจพอเพียงปรัชญาแห่งความ ‘ยั่งยืน’

A Call to Action กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

A CALL TO ACTION: เส้นทางของประเทศไทยในการรวมพลังเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

A Call to Action for Thailand as it advances diverse efforts to achieve the UN’s 2030 Agenda for Sustainable Development

 

ขอบคุณภาพจาก sdgsforall.net, มติชน ออนไลน์, bangkokbiznews.com, komchadluek.net

วิดีโอ
play video
A CALL TO ACTION 170117: HIGHLIGHT
A CALL TO ACTION 170117: HIGHLIGHT
งานเปิดตัวหนังสือ A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals
play video
A CALL TO ACTION 170117: ปาฐกถา โดย นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อย
A CALL TO ACTION 170117: ปาฐกถา โดย นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อย
งานเปิดตัวหนังสือ A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals
play video
A CALL TO ACTION 170117 : เวทีเสวนา (1/2)
A CALL TO ACTION 170117 : เวทีเสวนา (1/2)
งานเปิดตัวหนังสือ A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals
play video
A CALL TO ACTION 170117: เวทีเสวนา (2/2)
A CALL TO ACTION 170117: เวทีเสวนา (2/2)
งานเปิดตัวหนังสือ A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals
ดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง
A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals EN
A Call to Action: Thailand and the Sustainable Development Goals TH